จำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินหรือไม่ และต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์หรือไม่
เมื่อโจทก์ทราบว่าที่ดินเป็นของผู้เยาว์และต้องขออนุญาตศาลก่อนขาย การที่ศาลไม่อนุญาตให้ขายไม่ใช่พฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบ จำเลยไม่ผิดสัญญา ไม่ต้องชดใช้ค่าปรับ
จำเลยไม่ผิดสัญญา ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์
โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นของผู้เยาว์ โดยโจทก์ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตศาลขายที่ดินแทนผู้เยาว์หลังทำสัญญาเพียงเดือนเศษ ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยไม่สามารถโอนขายได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2536นางอุทัยวรรณ เสรีอำนวยโจทก์นางสมหวัง ลียากาศจำเลย ป.พ.พ. โจทก์ทราบดีอยู่แล้วในขณะทำสัญญาว่าที่ดินพิพาทเป็นของบุตรผู้เยาว์ของจำเลย ซึ่งจะต้องขออนุญาตศาลก่อนจึงจะขายได้ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตขายที่ดินแทนผู้เยาว์ภายหลังทำสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์เพียงเดือนเศษไม่ปรากฏว่าพยานหลักญานที่จำเลยนำเข้าไต่สวนในคดีดังกล่าวนั้น จำเลยจงใจจะไม่ให้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเพื่อหลีกเลี่ยงการโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ การที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินของบุตรผู้เยาว์ จะถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบหาได้ไม่ จำเลยไม่ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๒๔ ให้แก่โจทก์ในราคา ๗๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำไว้แล้วเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือ๕๗๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระในวันที่ ๒ กรกฏาคม ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นวันกำหนดรับโอนที่ดินหากไม่ชำระตามกำหนด โจทก์ยอมให้จำเลยริบเงินมัดจำ ถ้าจำเลยไม่ยอมขาย ยอมให้โจทก์ปรับเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดวันที่ ๒ กรกฏาคม ๒๕๓๐ จำเลยไม่สามารถโอนขายที่ดินได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน ๔๐๐,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบดีว่าที่ดินโฉนดที่ ๔๒๔ ที่จะขายนั้น เป็นของเด็กหญิงเกษรและเด็กหญิงลียาบุตรผู้เยาว์ของจำเลย ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธินำที่ดินดังกล่าวไปขายให้โจทก์โดยพลการ และต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขายที่ดินแปลงนี้จึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับ ส่วนเงินมัดจำจำเลยได้ให้ทนายจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปรับคืนแล้ว โจทก์ไม่ไปรับคืนเองจำเลยมิได้ผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกดอกเบี้ย