ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2536

ประเด็นกฎหมาย

ประกาศ รสช. ฉบับที่ 26 ข้อ 2 และข้อ 6 ขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 และประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และศาลมีอำนาจวิ

หลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามหลักกฎหมายทั่วไป เว้นแต่จะมีบทกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้อำนาจนั้นตกแก่องค์กรอื่น การตั้งคณะบุคคลที่มิใช่ศาลให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเช่นเดียวกับศาล ย่อมขัดต่อประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย และการออกกฎหมา

คำวินิจฉัย

ประกาศ รสช. ฉบับที่ 26 ข้อ 2 และข้อ 6 ใช้บังคับมิได้ และเป็นเหตุให้คำวินิจฉัยของ คตส. ไม่มีผลบังคับไปด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องถูกยึดทรัพย์สินตามคำวินิจฉัยของ คตส. ตามประกาศ รสช. ฉบับที่ 26 ข้อ 2 และข้อ 6 โดยทรัพย์สินดังกล่าวได้มาก่อนที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ และผู้ร้องไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยของ คตส.

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2536นายมนตรี พงษ์พานิชโจทก์พนักงานอัยการจำเลย ป.อ. ม. 2 ป.วิ.พ. ม. 24 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ฉบับที่ 26) ม. 6 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 พ.ศ.2534 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 ม. 30 วรรคสอง, ม. 32 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ม. 5, ม. 206 วรรคแรกประกาศ รสช. ฉบับที่ 26 ข้อ 6 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 26เป็นวิธีพิจารณาพิเศษซึ่งกำหนดให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย และศาล-ฎีกามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 (เทียบนัยฎีกาที่ 146/2530) ตามหลักกฎหมายทั่วไป ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี จึงมีอำนาจหน้าที่พิจารณาว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดจะใช้บังคับแก่คดีได้หรือไม่เพียงใดและย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น ๆ ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย เว้นแต่จะมีบทกฎหมายใดโดยเฉพาะบัญญัติให้อำนาจนี้ไปตกอยู่แก่องค์กรอื่น ระหว่างที่ประกาศ รสช. ฉบับที่ 26 มีผลใช้บังคับ ได้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 ประกาศ รสช. ฉบับที่ 26ซึ่งมีฐานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของธรรมนูญการปกครอง-ราชอาณาจักร พ.ศ.2534 ซึ่งตามมาตรา 30 วรรคสอง บัญญัติให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดว่าการกระทำหรือการปฏิบัติใดขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2534 หรือไม่ ถ้อยคำที่ว่า "การกระทำหรือการปฏิบัติ"