ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2534

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2534กรมทางหลวงโจทก์นาง กุลณี ดิลก สมบัติ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 448 ป.วิ.พ. ม. 243 (3) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 สอง ข้อ 32ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความโดยฟังว่าพนักงานของโจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก่อนฟ้องเกิน 1 ปีการฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นเรื่องผิดต่อกฎหมายเนื่องจากโจทก์เป็นกรมในรัฐบาล มีอธิบดีเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ ตามประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ 218ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 32 วรรคสอง อธิบดีจึงเป็นผู้แทนของกรมแต่เพียงผู้เดียว ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ ไม่จำต้อง ถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ผิดต่อกฎหมาย และมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้นได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นบิดามารดาของนายธีรธร ดิลกสมบัติเป็นผู้ครอบครองดูแลเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในรถยนต์คันเกิดเหตุ จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุนายธีรธรซึ่งได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง โดยขับรถด้วยความเร็วสูงจนเป็นเหตุให้รถเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้าของโจทก์ต้นหมายเลข 187 ซึ่งปักอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 11-350ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 7,365 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่าโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้หรือควรจะรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลก