ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4848/2542บริษัทธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)โจทก์นายมนัส เกตุการณ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 698, ม. 699, ม. 856, ม. 859สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ที่มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้โดย สิ้นเชิงจะครบกำหนดวันที่ 2 เมษายน 2534 แม้จำเลยที่ 2 บอกเลิกสัญญาค้ำประกันในวันดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่า มีการหักทอนบัญชีและชำระหนี้คงเหลือให้เสร็จสิ้นไป ยังคงเดินสะพัดทางบัญชีกันอยู่ การบอกเลิกสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2 แต่ฝ่ายเดียวย่อมไม่มีผล ดังนั้น สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีอันมีลักษณะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงยังมีผลผูกพันกันอยู่และกลายเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา เมื่อโจทก์ยังมิได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 อยู่ตราบใด จำเลยที่ 2 ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันได้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔,๘๘๑,๒๕๖.๑๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๔,๗๓๔,๔๖๕.๒๘ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้บังคับจำนองยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากยังขาดเงินอยู่อีกเท่าใดให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ได้ค้ำประกันและจำนองทรัพย์เป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ โดยเป็น การค้ำประกันและจำนองที่มีกำหนดเวลาครบกำหนดในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๓๔ ในวงเงิน ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๔ จำเลยที่ ๒ ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่ประสงค์จะค้ำประกันจำเลยที่