ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5242/2541

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตาม พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดินฯ พ.ศ. 2535 ต้องคำนึงถึงราคาตลาด ณ วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ และดอกเบี้ยเริ่มนับเมื่

หลักกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด ณ วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินมีผลใช้บังคับ (มาตรา 21 (1)-(5) แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530) และดอกเบี้ยเริ่มนับเมื่อครบกำหนด 120 วันนับแต่วันทำสัญญาซื้อขายตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง และมาตรา

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 3,570,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดนับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เฉพาะในศาลชั้นต้นเท่านั้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตเวนคืนตาม พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดินฯ พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535 โดย พ.ร.ฎ. ฉบับแรกสิ้นผลบังคับใช้ก่อนมีการทำสัญญาซื้อขายในปี 2537 ซึ่งดำเนินการภายใต้ พ.ร.ฎ. ฉบับหลัง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5242/2541นางสาวจวง ยอดสุวรรณโจทก์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 10, ม. 11 วรรคหนึ่ง, ม. 21 วรรคหนึ่ง, ม. 26 วรรคท้าย พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอปากเกร็ด พ.ศ.2530 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่เขตจตุจักร เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาธร เขตคลองเตย เขตพระโขนง เขตห้วยขวาง และเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2535 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ฯ กับโจทก์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2537 และจ่ายเงินค่าอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 แม้มิใช่เป็นการดำเนินการเพื่อเวนคืนโดยอาศัย พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน.. พ.ศ. 2530 แต่การดำเนินการดังกล่าวอยู่ในระหว่างเวลาบังคับใช้ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน? พ.ศ. 2535 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับหลังนี้ ทำให้จำเลยที่ 2 มีอำนาจตกลงซื้อขายและกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ ที่จะต้องเวนคืนจากโจทก์และจ่ายเงินค่าอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ฯ กับโจทก์ โดยอาศัยอำนาจของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน.. พ.ศ. 2535 การดำเนินการเพื่อเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จึงเป็นการดำเนินการโดยอาศัย พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน? พ.ศ. 2535 และไม่มีบท