ปัญหาว่ากรมโยธาธิการในฐานะนิติบุคคลต้องร่วมรับผิดกับอธิบดีกรมโยธาธิการในการชำระค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าทดแทนสำหรับที่ดิ
การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจหน้าที่ของกรมโยธาธิการ การที่อธิบดีกรมโยธาธิการดำเนินการไปถือว่ากระทำในฐานะผู้แทนของกรม กรมจึงต้องร่วมรับผิดกับอธิบดี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสาม, 25, 26 ผู้ไม่พอใจค่าทดแทนต้องอุทธรณ์ต่อร
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสอง (กรมโยธาธิการและอธิบดีกรมโยธาธิการ) ร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเพิ่มอีก 44,788,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินนับแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งเก้า และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ทั้งเก้าโดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดค่าทดแทน 25,220,500 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีขอค่าทดแทนเพิ่มเฉพาะที่ดินที่ถูกเวนคืน โดยไม่ได้ระบุจำนวนที่ดินส่วนที่เหลือที่ราคาลดลงหรือขอค่าทดแทนในส่วนนั้น ต่อมารัฐมนตรีวินิจฉัยเพิ่มค่าทดแทนเป็น 17,091,500 บาท โจทก์ฟ้องเรียกค
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2542นายบุญเสริม ทิวประยูร กับพวกโจทก์กรมโยธาธิการ กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 21 วรรคสาม, ม. 25, ม. 26 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่เขตภาษีเจริญ เขตจอมทอง เขตธนบุรี และเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2533 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯ ระบุให้อธิบดีกรมโยธาธิการเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตาม พระราชกฤษฎีกา แต่การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจหน้าที่ของกรมโยธาธิการจำเลยที่ 1 ในการทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ฯ การแจ้งวางทรัพย์และขอให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายทรัพย์สิน หรือการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ก็แจ้งเป็นหนังสือออกโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 การที่อธิบดีกรมโยธาธิการจำเลยที่ 2 ได้ดำเนินการไปต้องถือว่ากระทำการในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ได้กำหนดขั้นตอนการอุทธรณ์และการฟ้องคดีของ ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไว้แล้ว โดยผู้ที่ไม่พอใจในราคาอสังหาริมทรัพย์หรือจำนวนเงินค่าทดแทน ต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 25 วรรคหนึ่งเพื่อให้รัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัยก่อน หากผู้มีสิทธิได้รับเงิน ไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่รัฐมนตรีมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 25 วรรคสองก็มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีหรือนับแต่วันพ้น