ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8747/2542

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นมิซซังโรมันคาธอลิคมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นหรือไม่ และมีอำนาจทำสัญญาเช่าและฟ้องคดีได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. 128 ข้อ 1 ให้มิซซังโรมันคาธอลิคมีฐานะเป็นหมู่คณะแยกต่างหาก (นิติบุคคล) เพื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 65 รับรองให้นิติบุคคลเกิดขึ้นได้โดยอาศัยกฎหมายอื่น ดังนั้น โจทก์จึงเป็นนิติบุคคลตามกฎห

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและใช้ค่าเสียหาย ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นมิซซังโรมันคาธอลิคตามพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. 128 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8747/2542มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานครโจทก์นางศันสนีย์ ศิริอภิพัฒน์อมรจำเลย ป.พ.พ. ม. 65 พ.ร.บ.ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาทหลวง โรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ.128 โจทก์เป็นมิซซังโรมันคาธอลิค ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตามกฎหมาย ร.ศ. 128 อนุญาตให้มิซซังโรมันคาธอลิคคณะหนึ่ง ๆ มีฐานะเป็นหมู่คณะแยกต่างหาก เพื่อให้มีอำนาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยกฎหมายใช้ศัพท์ว่า บริษัท ในความหมายที่ว่า หมู่คณะแยกต่างหากจากกัน ดังที่ต่อมาเรียกว่า นิติบุคคล หาได้มีความหมายว่าบริษัทจำกัดไม่ ประกอบกับ ป.พ.พ. มาตรา 65 บัญญัติว่า นิติบุคคลจะมีขึ้นได้ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือประมวลกฎหมายอื่น ด้วยเหตุนี้โจทก์จึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น มีอำนาจทำสัญญาเช่า และฟ้องจำเลยได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑,๐๘๓.๖๐ บาท และใช้ค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ ๓๖๑.๒๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน ๘๒๐ บาท แก่โจทก์ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ จนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคในกรุงสยามตาม