ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2543

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2543นายสาโรจน์ ขวัญแก้ว กับพวกโจทก์บริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 261การที่ศาลชั้นต้นมีหมายห้ามชั่วคราวตามคำร้องขอของโจทก์ในคดีเดิมมิให้จำเลยในคดีดังกล่าวเก็บค่าเช่าอาคารสิ่งปลูกสร้าง หาบเร่ แพงลอยบนที่ดินตลาดพิพาท และห้ามเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ในคดีดังกล่าว โจทก์ทั้งหกซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งอ้างว่าจะต้องเสียหายเพราะหมายห้ามชั่วคราวของศาลชั้นต้นประสงค์จะขอให้ศาลถอนหมายห้ามชั่วคราวก็ต้องยื่นคำร้องขอในคดีเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 261 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งหกไม่อาจฟ้องขอให้หมายห้ามชั่วคราวดังกล่าวไม่มีผลบังคับเป็นคดีใหม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งว่าคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นในคดีแพ่ง ระหว่างบริษัท ช. โจทก์ บริษัท ป. กับพวก จำเลยไม่มีผลบังคับ ห้ามจำเลยทั้งแปดเข้าเกี่ยวข้องในตลาดที่พิพาทและให้เลิกกระทำการใด ๆ อันเป็นการข่มขู่คุกคามโจทก์ทั้งหกเพื่อไม่ให้ค้าขายในตลาดตามปกติ ให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอัตราวันละ 10,000 บาท ต่อวันต่อคนให้แก่โจทก์ทั้งหกจนกว่าจะเลิกเกี่ยวข้องในตลาดที่พิพาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งหกขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องให้โจทก์ทั้งหกใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งแปด (ที่ถูกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8) โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งหกว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหกชอบหรือไม่ ที่โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า โ