ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2544
ประเด็นกฎหมาย
เงินได้ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) และเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการจะซื้อจ
หลักกฎหมาย
เงินได้ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) การหักค่าใช้จ่ายต้องเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการโดยเฉพาะตามมาตรา 46 และ พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ทวิ เงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรไม่อาจลดหรืองดได้
คำวินิจฉัย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์ที่ 2 ได้รับเงิน 48,000,000 บาท จากบริษัทเคหะพัฒนาและการเกษตร จำกัด เป็นค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดิน โดยโจทก์ที่ 2 มิได้ร่วมลงทุนกับผู้อื่น เงินที่ได้รับจึงเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้ผู้อ้างว่าเป็นผู้ร่วมลงทุนไม่เกี่ยวกับการจะซื้อจะขาย ไม่อาจหักเป็นค่าใช้จ่ายได
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2544นายสืบชัย ศิวะโมกข์ลัคณา กับพวกโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 27, ม. 27 ทวิ, ม. 40 (8), ม. 46, ม. 65 ตรี พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ป.รัษฎากร ม. 8 ทวิโจทก์ที่ 2 ฟ้องบริษัท ค. ขอให้ชำระค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยบริษัท ค. ยอมชำระเงินจำนวน 48 ล้านบาทให้แก่โจทก์ที่ 2 เงินดังกล่าวเป็นค่าเสียหายจากการผิดสัญญาถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ที่ 2 ชำระไปไม่เกี่ยวกับการจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าว จึงมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่อาจนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 46 และ พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ทวิ ซึ่งให้นำ ป.รัษฎากร มาตรา 65 ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลม ค่าภาษีอากรที่คณะบุคคลชำระแก่จำเลย แม้โจทก์ที่ 2 จะเป็นผู้จัดการของคณะบุคคลและต้องรับผิดชอบในเงินภาษีอากรของคณะบุคคลด้วย ก็ไม่อาจถือได้ว่าเงินภาษีที่คณะบุคคลชำระดังกล่าวเป็นของโจทก์ที่ 2 เป็นส่วนตัว โจทก์ทั้งสองไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่โจทก์ทั้งสองจะต้องชำระแก่จำเลยได้ ป.รัษฎากรบัญญัติเกี่ยวกับเงินเพิ่มไว้เป็นจำนวนแน่นอนมิได้ให้ดุลพินิจศาลงดหรือลดลงได้เช่นเบี้ยปรับ จึงไม่อาจงดหรือลดลงได้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ ต. 6/1074/1/100282 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2538 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ 100/254