ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2744/2544

ประเด็นกฎหมาย

การรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิสำหรับเงินรับล่วงหน้าค่ารับเหมาก่อสร้างที่ยังไม่มีผลงาน และอำนาจศาลในการลดหรืองดเบี้ยปรับภาษีอากร

หลักกฎหมาย

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 ข้อ 2 และข้อ 4.4 การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้ถือเป็นรายได้ในรอบนั้น เงินรับล่วงหน้าค่ารับเหมาก่อสร้างที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้ก่อนมีผลงานยังไม่ถือเป็นรายไ

คำวินิจฉัย

โจทก์มิได้แจ้งรายได้ต่ำไปจำนวน 2,707,215.10 บาท และศาลมีอำนาจลดหรืองดเบี้ยปรับได้ แต่ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับการงดเบี้ยปรับทั้งหมด คงให้เพิกถอนเฉพาะเบี้ยปรับในส่วนของการบันทึกรายได้ต่ำไปจำนวนดังกล่าว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะรายการบันทึกรายได้ไว้ต่ำไปจำนวน 2,707,215.10 บาท พร้อมเบี้ยปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับค่าจ้างและค่าจ้างรับล่วงหน้าจำนวน 12,735,817.50 บาทในรอบปี 2532 และได้นำมาคำนวณเป็นรายได้ตามส่วนของงานที่ทำเสร็จแล้ว คงเหลือค่าจ้างล่วงหน้าที่โจทก์รับมาแล้วแต่ยังไม่มีผลงานให้ผู้ว่าจ้างอีกจำนวน 2,707,215.10 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2744/2544บริษัทกริม อินสตอลเลชั่น เซอร์วิสเซส จำกัดโจทก์ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ์จำเลยกับพวก ป.รัษฎากร ม. 22, ม. 65 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.8/2528 คำสั่งของกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ข้อ 2 และข้อ 4.4 หมายความว่า การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นให้ถือว่ารายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด ก็ให้ถือว่าเป็นรายได้และรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และงานที่ทำเสร็จในรอบระยะเวลาบัญชีใดแม้จะยังไม่ได้รับเงินก็ต้องนำเอางานที่ทำเสร็จนั้นมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นด้วย ค่ารับเหมาก่อสร้างจำนวน 2,707,215.10 บาท เป็นเงินที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้โจทก์ล่วงหน้าโดยจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 รายได้รับล่วงหน้าดังกล่าว เมื่อโจทก์มิได้มีผลงานให้แก่ ผู้ว่าจ้าง ก็ยังไม่ถือเป็นรายได้ของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 โจทก์จึงไม่ต้องนำค่าจ้างรับล่วงหน้ามารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 ประมวลรัษฎากรให้อำนาจแก่อธิบดีกรมสรรพากรวางระเบียบในการงดหรือลดเบี้ยปรับได้ แต่ระเบียบ ดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดที่ให้เจ้าพนักงานประเมินยึดถือปฏิบัติตามเท่านั้น หาได้มีบทกฎหมายใดให้ศาลจำต้อง ถือตามไม่ ดังนั้น หากศาลเห็นว่าผู้ถูกประเมินให้เสียภาษีมีเหตุสมควรตามกฎหมายที่จะไม่ต้องเสียเบี้ยปรับหรือ เสียเบี้ยปรับน้อยลง ศาลย่อมมีอำนาจที่จะลดหรืองดเบี้ยปรับนั้นได้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 147/2542/สภ.1 (กม.4) ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542 หาก