ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616/2543

ประเด็นกฎหมาย

การสมรสที่จดทะเบียนในขณะที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อน ตกเป็นโมฆะ และการไม่ประทับตรานายทะเบียนในใบทะเบียนสมรสไม่ทำให้การสมรสไม่ส

หลักกฎหมาย

แม้ใบทะเบียนการสมรสของโจทก์กับนายกิตติมิได้ประทับตรานายทะเบียน ก็ไม่ทำให้ทะเบียนการสมรสไม่สมบูรณ์หรือเป็นโมฆะ เพราะพระราชบัญญัติการจดทะเบียนครอบครัวฯ กำหนดเพียงให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ มิได้บัญญัติว่าต้องประทับตรา เมื่อจำเลยกับนายกิตติจดทะเบียนสมรสในปี 2534 ขณะที่โจทก์กับนายกิตติจดทะเบี

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายกิตติ อินทรเสน ตกเป็นโมฆะ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์กับนายกิตติจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2524 ต่อมาจำเลยกับนายกิตติจดทะเบียนสมรสในปี 2534 โดยขณะนั้นโจทก์กับนายกิตติยังมิได้จดทะเบียนหย่า และใบทะเบียนสมรสของโจทก์กับนายกิตติมิได้ประทับตรานายทะเบียน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616/2543นางเฉลียว อินทรเสนโจทก์นางฉันทนา แม้นจริงจำเลย ป.พ.พ. ม. 1452, ม. 1494 พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 แม้ใบทะเบียนการสมรสมิได้ประทับตรานายทะเบียน ก็หาทำให้ทะเบียนการสมรสไม่สมบูรณ์หรือเป็นโมฆะไม่ เพราะ พ.ร.บ.การจดทะเบียนครอบครัวฯ กำหนดเพียงให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ มิได้มีบทบัญญัติว่าต้องประทับตรานายทะเบียนแต่อย่างใด เมื่อจำเลยและ ก. จดทะเบียนสมรสในปี 2534 ขณะที่โจทก์และ ก. จดทะเบียนสมรสอยู่ก่อนแล้ว และยังมิได้มีการจดทะเบียนหย่า การสมรสระหว่างจำเลยกับ ก. จึงตกเป็นโมฆะโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์กับนายกิตติ อินทรเสน เป็นสามีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ระหว่างอยู่กินไม่มีบุตรด้วยกัน และเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๔๐ โจทก์ทราบว่านายกิตติจดทะเบียนสมรสกับจำเลยโดยจำเลยรู้ว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายกิตติ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยและนายกิตติไปจดทะเบียนหย่า แต่บุคคลทั้งสองเพิกเฉย โจทก์ไม่มีวิธีอื่นใดจะบังคับจำเลยได้ ขอให้พิพากษาให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายกิตติ อินทรเสน เป็นโมฆะ จำเลยให้การว่า โจทก์กับนายกิตติจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ และจำเลยได้จดทะเบียนสมรสกับนายกิตติ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๔ จริง ระหว่างอยู่กินมีบุตรด้วยกัน ๑ คน ส่วนการสมรสระหว่างโจทก์กับนายกิตติ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ไม่มีลายมือชื่อหรือตำแหน่งเจ้าหน้าที่ลงชื่อกำกับรับรอง ทำให้การสมรสระหว่างโจทก์กับนายกิตติไม่สมบูรณ์ และตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้การสมรสระหว่างจำเลยกับนายกิตติ อินทรเสน ตกเป็นโมฆ