ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238/2536

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาการปรับบทกฎหมายในการจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกเลิกจ้าง ระหว่างประกาศกระทรวงมหาดไทยกับระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

หลักกฎหมาย

แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 จะไม่ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจ แต่ในวันเดียวกันได้มีระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ ซึ่งข้อ 45 ให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชยในหลักเกณฑ์เดียวกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2534 ข้อ 45(3) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 แต่ในวันที่มีประกาศยกเลิกการใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 กับรัฐวิสาหกิจ ได้มีระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238/2536นาย สุเทพ เอี่ยมลาภะโจทก์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ข้อ 2 ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 ข้อ 45ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515ไม่ใช้บังคับ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2534 ข้อ 2ให้รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เป็นกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16มีนาคม พ.ศ. 2515 ไม่ใช้บังคับ แต่ในวันที่ 12 กันยายนพ.ศ. 2534 ได้มีระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2534 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(1) และมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. 2534 ประกาศใช้บังคับ ซึ่งข้อ 45 ของระเบียบดังกล่าวก็ให้รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ประกาศใช้บังคับซึ่งข้อ 45 ของระเบียบดังกล่าวก็ให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานซึ่งเลิกจ้างในหลักเกณฑ์เกี่ยวกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่16 เมษายน 2515 ข้อ 56 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยแก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2514 ข้อ 46จึงเป็นเพียงการปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องเท่านั้นโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมและนับอายุงานติดต่อกันโดยถือเสมือนไม่มีการเลิกจ้าง เนื่องจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่