การนิ่งเสียไม่บอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการตัดถนนผ่านที่ดินพิพาท เป็นกลฉ้อฉลตามมาตรา 124 หรือไม่ และสิทธิเรียกดอกเบี้ยเงินมัดจำเมื่อจำเลยผิดสัญญา
การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลตามมาตรา 124 ต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรบอกความจริง หรือเป็นการนิ่งประกอบด้วยพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง กรณีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินไม่ใช่หน้าที่ของผู้ซื้อที่จะบอก แต่เป็นหน้าที่ของผู้ขายต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอ
พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่อาจโอนที่ดินให้โจทก์ได้ ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินมัดจำจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์กับจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน 2 แปลง ราคา 1,525,925 บาท โจทก์วางมัดจำ 400,000 บาท จำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาและแจ้งให้โจทก์รับเงินมัดจำคืน แต่โจทก์ไม่ยอมรับ จำเลยอ้างว่าโจทก์จงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงเกี่ยวกับโครงการตัดถนนผ่านที่ดินพิพาท ซึ่งหากทราบจะไม่ขายใน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2532นายนิคม ไวยรัชพานิชโจทก์นายอรุณ ไกรสุวรรณสาร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 224, ม. 377 ป.วิ.พ. ม. ตาราง 1การนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงอันจะถือว่าเป็นกลฉ้อฉลตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 นั้น จะต้องเป็นการนิ่งในพฤติการณ์ที่คู่กรณีมีหน้าที่ควรจะบอกความจริง หรือเป็นการนิ่งประกอบด้วยพฤติการณ์อันแสดงออกซึ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหลง กรณีที่จะมีโครงการตัดถนนผ่านที่ดินที่จะซื้อขายหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้จะซื้อ ที่จะบอกข้อความจริงดังกล่าว หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้จะขายที่ดินพิพาทจะต้องขวนขวายแสวงหาความจริงเอาเอง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้จะซื้อจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงเกี่ยวกับโครงการจะตัดถนนผ่านที่ดินดังกล่าวซึ่งผู้ จะขายมิได้รู้มาก่อนและถ้าฝ่ายผู้จะซื้อมิได้นิ่งเสีย สัญญาจะซื้อขายที่ดินก็จะมิได้ทำขึ้นนั้น การกระทำของผู้จะซื้อก็ไม่เป็นกลฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124 แม้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อ และได้แจ้งให้โจทก์รับเงินมัดจำคืน และโจทก์ไม่ยอมรับคืน แต่เมื่อโจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จึงมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่จะไม่ยอมรับเงินมัดจำคืนในขณะนั้นได้และเมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยโจทก์ยังไม่ได้บอกเลิกสัญญา หากจำเลยจะต้องคืนเงินมัดจำแก่โจทก์ จำเลยก็ต้องชำระดอกเบี้ยด้วย นับแต่วันฟ้องซึ่งถือว่าเป็นวันที่จำเลยผิดนัด ประเด็นที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์และฎีกาเป็นเรื่องขอให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายโดยขอให้บังคับจำเลยให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ และรับเงินตามราคาที่ดินที่ตกลงซื้อขายกันไปจากโจทก์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเ