ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3781/2542

ประเด็นกฎหมาย

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (5) หรือไม่ และการนำดอกเบี้ยดังกล่าวไปรวมเป็นต้นทุนอาคารทำให้ค่าเสื่อมราคาสูงเกินจริง

หลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่อาจนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าที่ดินอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ และไม่อาจนำดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินมาเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อก่อสร้างอาคาร เนื่

คำวินิจฉัย

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามมาตรา 65 ตรี (5) โจทก์ไม่อาจนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ และการที่โจทก์นำดอกเบี้ยดังกล่าวไปรวมเป็นต้นทุนอาคารทำให้ค่าเสื่อมราคาสูงเกินจริง การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์กู้เงินมาซื้อที่ดิน 4 แปลง และปลูกสร้างอาคารให้เช่า โจทก์นำดอกเบี้ยของเงินกู้เพื่อซื้อที่ดินไปลงบัญชีเป็นงานระหว่างก่อสร้าง ทำให้ต้นทุนอาคารสูงเกินจริง ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาอาคารสูงเกินไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3781/2542บริษัทสตาร์ไพน์ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 65 ตรี (5) พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 , ม. 4++ เรื่อง ภาษีอากร ++ ที่ดินที่โจทก์ซื้อมาด้วยเงินกู้เป็นทรัพย์สินที่เป็นทุนรอนของโจทก์ เงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าซื้อที่ดินย่อมเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตาม ป. รัษฎากรมาตรา 65 ตรี (5) เพราะเป็นรายจ่ายที่ทำให้โจทก์ได้ที่ดินมาโดยตรง และดอกเบี้ยของเงินกู้ดังกล่าวแม้จะไม่เป็นรายจ่ายที่ทำให้โจทก์ได้ที่ดินมาโดยตรง แต่ก็เป็นรายจ่ายที่เกิดจากการกู้ยืมเงินมาซื้อที่ดิน ถือว่าเป็นรายจ่ายต่อเนื่องที่เป็นผลให้โจทก์ได้รับเงินกู้จากสถาบันการเงินมาซื้อที่ดิน ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของค่าซื้อที่ดินซึ่งเป็นต้นทุน หาใช่ค่าใช้จ่ายธรรมดาในการดำเนินธุรกิจการค้าหากำไรของโจทก์ไม่ ดอกเบี้ยอันเกิดจากการที่โจทก์กู้ยืมเงินมาซื้อที่ดินเพื่อนำไปให้ผู้อื่นเช่าหรือปลูกอาคารให้ผู้อื่นเช่า จึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนเช่นเดียวกับค่าซื้อที่ดิน โจทก์ไม่อาจนำดอกเบี้ยดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ตามมาตรา 65 ตรี (5) ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อมานั้นจะอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้แล้วหรือไม่โจทก์ไม่อาจอ้างมาตรฐานการบัญชีหรือความเห็นของนักวิชาการบัญชีมาลบล้างถ้อยคำในบทบัญญัติ มาตรา 65 ตรี (5) ดังกล่าวซึ่งมีความหมายชัดเจนในตัวอยู่แล้วได้ แม้ที่ดินกับอาคารจะเป็นอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน แต่สภาพและหลักเกณฑ์ในการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินสองประเภทนี้หาเหมือนกันไม่กล่าวคือ สภาพของอาคารย่อมสึกหรอและเสื่อมราคาไปตามกาลเวลา