การตีความระเบียบข้อบังคับของนายจ้างที่หักเงินชดเชยการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าออกจากเงินบำเหน็จ ว่าเป็นค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรง
คำว่า "เงินชดเชยการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า" ในระเบียบข้อบังคับของนายจ้างมีความหมายชัดเจนว่าเป็นเงินที่ให้แทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า ไม่ใช่ "ค่าชดเชย" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน การจ่ายเงินบำเหน็จโดยหักเงินดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน 316,440 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (16 มีนาคม 2536) จนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุ โดยโจทก์ไม่มีความผิดและจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จตามระเบียบข้อบังคับข้อ 42.5 จำนวน 632,880 บาท และเงินพิเศษอีก 168,768 บาท รวม 801,648 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเงินที่จ่ายไม่ใช่ค่าชดเชย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3080/2536นางสาว วิลาวัณย์ เจริญกูลโจทก์บริษัท อ๊ารท์-เสรีนา บิส ตัน จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างมีข้อความว่า "อัตราการจ่ายเงินจำนวนเท่ากับอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างปกติในขณะนั้น หนึ่งเดือนทุกเวลาหนึ่งปีเต็มที่ผู้นั้นได้ทำงานกับบริษัทโดยติดต่อกัน หักด้วยเงินชดเชยการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าหรือเงินทดแทนอื่นใดในการสูญเสียงาน ซึ่งพนักงานผู้นั้นมีสิทธิได้รับตามข้อความในสัญญาจ้างหรือกฎหมาย" คำว่า "เงินชดเชยการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า" นั้นมีความหมายชัดเจนว่าหมายถึงเงินที่ให้แทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า ไม่อาจแปลว่าเป็นเงิน"ค่าชดเชย" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุโดยโจทก์ไม่มีความผิดและจำเลยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ 316,440 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าจำนวน 26,370 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้จ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นเงินจำนวน 632,880 บาท และเงินพิเศษอีก 168,768 บาท รวมเป็นเงินที่โจทก์ได้รับไปทั้งสิ้น801,648 บาท ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์อีก ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน 316,440 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (16 มีนาคม 2536) จนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าระเบียบข้อบังคับ ข้อ 42