การคำนวณภาษีการค้าสำหรับสินค้านำเข้า ต้องถือราคา CIF หลังหักส่วนลดการค้าที่แท้จริงเป็นมูลค่าสินค้า ตามมาตรา 79(6) และมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร
รายรับตามมาตรา 79(6) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงมูลค่าของสินค้าในวันนำเข้า ซึ่งมาตรา 77 ให้ความหมายว่าหมายถึงราคาตลาดของทรัพย์สิน ดังนั้นราคา CIF ที่แท้จริงซึ่งเป็นราคาตลาดและเป็นราคาที่ชำระจริงต้องถือเป็นฐานในการคำนวณภาษีการค้า เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจประเมินราคา CIF ใหม่โดยอ้างประกาศอธิบดีกรมสรรพากร หา
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าเพิ่มและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย โดยถือว่าราคาหลังหักส่วนลดเป็นราคา CIF ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ จำเลยไม่มีอำนาจประเมินราคา CIF ใหม่โดยใช้ราคาก่อนหักส่วนลด
โจทก์นำเข้าสินค้าอุปกรณ์ท่อน้ำจากญี่ปุ่น โดยราคาที่เสนอขายเป็นราคามาตรฐานสากล แต่ผู้ขายให้ส่วนลด 58% โจทก์ชำระเงินตามราคาหลังหักส่วนลดจริงผ่านเลตเตอร์ออฟเครดิต และยื่นชำระภาษีการค้าโดยใช้ราคาหลังหักส่วนลดเป็นฐาน เจ้าพนักงานประเมินกลับใช้ราคาก่อนหักส่วนลดเป็นฐานในการประเมินภาษีเพิ่ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2518ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลยูไนเต็ดเอนเตอร์ไพรส โดยนายสุบินพรวิสุทธิหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์กรมสรรพากร โดยนายเยื่อ สุสายัณห์ อธิบดีที่ 1 กับพวกรวม 4 คนล. ป.รัษฎากร ม. 77, ม. 79 (6) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 4) วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2504 โจทก์สั่งสินค้าอุปกรณ์ท่อน้ำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร ราคาสินค้าดังกล่าวที่เสนอขายเป็นราคามาตรฐานสากล แต่ผู้ขายหักส่วนลดให้โจทก์ 58% ราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคาตลาด ดังนี้ ต้องถือราคาที่หักส่วนลดแล้วเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่จะคำนวณเพื่อเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร เพราะรายรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 (6) หมายความว่ามูลค่าของสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร ซึ่งมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นให้ความหมายคำว่า มูลค่าว่า ราคาตลาดของทรัพย์สิน ทั้งโจทก์ได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตผ่านธนาคารและชำระเงินไปตามตั๋วแลกเงินในจำนวนราคาที่หักส่วนลดแล้ว ราคาสินค้าที่หักส่วนลดนี้จึงเป็นราคาที่แท้จริง เป็นราคาตลาดและราคา ซี.ไอ.เอฟ. ที่ถูกต้องเชื่อถือได้ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะอาศัยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 4) ประเมินราคา ซี.ไอ.เอฟ. ใหม่ โดยถือเอาราคาสินค้าก่อนหักส่วนลดเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.มาเป็นหลักในการประเมินภาษีการค้าของโจทก์อีกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าโดยสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๐๘ โจทก์สั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ท่อน้ำขนาดต่าง ๆ จำนวน ๒๙๗ หีบจากประเทศญี่ปุ่นในราคา ซี.ไอ.เอฟ.กรุงเทพฯ ซึ่งหมายความว่าเป็นราคาสินค้าที่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งทางเรือจนถึงท่าเรือกรุงเทพฯ ไว้ด้วย คิดเป็นเงินไทย ๑๑๐,๕๔๓.๐๖