ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147
ตัวบท
มาตรา 147 คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งตามกฎหมายจะอุทธรณ์หรือฎีกาหรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้นั้น ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่ได้อ่านเป็นต้นไป คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ซึ่งอาจอุทธรณ์ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้น ถ้ามิได้อุทธรณ์ ฎีกาหรือร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่ระยะเวลาเช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ถ้าได้มีอุทธรณ์ ฎีกา หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ และศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาหรือศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีเรื่องนั้นใหม่ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 132 คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีนั้น ให้ออกใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นได้ถึงที่สุดแล้ว
ฎีกาที่อ้างมาตรานี้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2545
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3176/2545
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10984/2551
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2716/2545
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7336/2540
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2546
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7223/2545
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3831/2552
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9378/2550
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3660/2551
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9320/2552
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8477/2551
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2558
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9897/2558 — การขอแก้ไขคำพิพากษาเนื่องจากขาดข้อความเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลย เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือไม่