นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องทำอย่างไร?

ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด: 2026-10-21 · บทความประเภทคำถาม · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

คำตอบสั้น ๆ

หากถูกเลิกจ้างและเห็นว่าตนมีสิทธิได้รับค่าชดเชย แต่นายจ้างไม่จ่าย ให้เริ่มจาก ตรวจสิทธิตามกฎหมายและรวบรวมหลักฐาน แล้วสามารถยื่นคำร้องเรื่องสิทธิได้รับเงินต่อพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 123 ได้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีช่องทาง e-Service สำหรับคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินด้วย

อย่าเพิ่งสรุปว่า “ถูกเลิกจ้างเท่ากับนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยแน่นอน” เพราะอายุงาน เหตุเลิกจ้าง และข้อยกเว้นตามกฎหมายมีผลโดยตรงต่อสิทธิเรียกร้อง ควรแยกเรื่อง ค่าชดเชยตามกฎหมาย ออกจาก การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจมีช่องทางและประเด็นพิสูจน์ต่างกัน

1. ตรวจว่ามีสิทธิค่าชดเชยหรือไม่

มาตรา 118 กำหนดสิทธิค่าชดเชยขั้นต่ำตามอายุงาน โดยทั่วไปต้องทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไปและถูกเลิกจ้างในลักษณะที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ส่วนมาตรา 119 กำหนดเหตุเฉพาะที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนคำสั่งโดยเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

ข้อกล่าวอ้างว่า “ทำงานไม่ผ่านโปร” “ผลงานไม่ดี” หรือ “ทำผิดระเบียบ” ยังต้องพิจารณารายละเอียดและหลักฐานว่าเข้าเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 จริงหรือไม่ หลายกรณีสิทธิค่าชดเชยและความเป็นธรรมของการเลิกจ้างเป็นคนละประเด็น

ถ้าไม่แน่ใจยอดเงิน ให้เริ่มจากวันเริ่มงาน วันสิ้นสุด ค่าจ้างฐานสุดท้าย และเหตุเลิกจ้างที่นายจ้างระบุ หลีกเลี่ยงการนำโบนัส เงินคืนค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นมารวมเป็นฐานค่าจ้างโดยไม่พิจารณาลักษณะเงินตามกฎหมาย

2. เก็บหลักฐานอะไรไว้ก่อน?

  • หนังสือจ้างงาน หนังสือบอกเลิกจ้าง หรือข้อความที่แจ้งให้ออกจากงาน
  • สลิปเงินเดือน รายการโอนเข้าบัญชี และหลักฐานอัตราค่าจ้าง
  • บันทึกวันเริ่มและวันสิ้นสุดการทำงาน รวมถึงหลักฐานการทำงานต่อเนื่อง
  • ข้อบังคับการทำงาน หนังสือตักเตือน หรือเอกสารเกี่ยวกับเหตุเลิกจ้าง (ถ้ามี)
  • ข้อความการติดต่อที่มีการถามหรือขอให้นายจ้างจ่ายเงิน และคำตอบของนายจ้าง
  • รายการค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา หรือวันหยุดพักผ่อนสะสมที่ยังค้าง (ถ้ามี)

จัดรายการเรียกร้องเป็นหัวข้อและจำนวนแยกกัน เช่น ค่าชดเชย เงินที่เกี่ยวกับการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้าง และเงินวันหยุด เพื่อไม่ให้การอธิบายข้อเท็จจริงปะปนกัน บันทึกวันสำคัญและเก็บสำเนาหลักฐานไว้

3. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานอย่างไร?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 123 ให้ลูกจ้างที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินตามพระราชบัญญัตินี้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ ตามแบบที่กำหนด

ปัจจุบันมี ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ↗ สำหรับยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน และมี คู่มือสำหรับประชาชน ↗ ช่วยอธิบายการใช้บริการ ขั้นตอนและเอกสารที่เจ้าหน้าที่ขออาจขึ้นกับกรณี หากหลักฐานยังไม่ครบควรติดต่อสำนักงานที่รับผิดชอบเพื่อสอบถามวิธีเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรระบุให้ชัดในการร้องคือ ใครเป็นนายจ้าง ทำงานตำแหน่งใด ระยะเวลาที่ทำงาน อัตราค่าจ้าง เหตุและวันที่เลิกจ้าง ยอดที่เรียกร้อง และเหตุที่เชื่อว่ามีสิทธิได้รับเงินแต่ไม่ได้รับ

4. หลังยื่นคำร้องแล้วเกิดอะไรขึ้น?

มาตรา 124 วางขั้นตอนให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีเงื่อนไขการขยายเวลาได้เมื่อจำเป็น หากพบว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงิน เจ้าหน้าที่อาจสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามสิทธิที่พิสูจน์ได้

การยื่นคำร้องไม่ใช่การรับรองว่าจะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุทั้งหมด ต้องมีการตรวจข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหากข้อพิพาทเป็นเรื่องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมโดยเฉพาะ ควรแยกประเด็นและพิจารณาช่องทางดำเนินคดีที่เหมาะสม

ระหว่างดำเนินเรื่องให้เก็บเลขคำร้อง หลักฐานที่ยื่น และหนังสือติดต่อจากเจ้าหน้าที่ พร้อมตรวจสอบวันนัดหรือกำหนดที่ได้รับแจ้งเป็นระยะ

5. ถ้านายจ้างอ้างว่าลูกจ้างทำผิด?

ให้ขอรายละเอียดว่าอ้างเหตุใดและมีหลักฐานอะไร เช่น หนังสือเตือน วันเกิดเหตุ ข้อบังคับที่ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืน หรือเหตุที่อ้างว่าเป็นความผิดร้ายแรง มาตรา 119 ไม่ได้เปิดให้นายจ้างเลือกเหตุใดก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไข

โดยเฉพาะข้ออ้างการฝ่าฝืนคำสั่ง ต้องดูว่าคำสั่งชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่ มีหนังสือเตือนที่ใช้ได้หรือไม่ และกรณีใดเป็นเรื่องร้ายแรง นอกจากนี้มาตรา 119 ยังมีหลักให้แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างเมื่อเลิกจ้าง มิฉะนั้นอาจยกเหตุที่ไม่ได้แจ้งมาอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้

6. เรื่องค่าจ้างค้างและการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต้องแยกกัน

เงินค่าจ้างและค่าล่วงเวลาที่ทำงานแล้วเป็นสิทธิคนละฐานกับค่าชดเชย ต้องดู มาตรา 70 ประกอบด้วย ส่วนข้อกล่าวหาว่าการเลิกจ้าง “ไม่เป็นธรรม” อาจต้องพิจารณาความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของเหตุเลิกจ้าง รวมทั้งคำพิพากษาที่ใช้เทียบเคียง

อ่านหลักการและตัวอย่างกรณีความเป็นธรรมเพิ่มเติมที่ การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

กฎหมายและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

กรณีของคุณมีรายละเอียดต่างจากนี้?

ถามคำถามกฎหมายกับ RooZy

หากต้องการค้นว่าข้อเท็จจริงเรื่องอายุงาน ค่าจ้าง เหตุเลิกจ้าง หรือหนังสือเตือนส่งผลต่อสิทธิอย่างไร สามารถถาม RooZy โดยเล่าเฉพาะข้อเท็จจริงจำเป็นและหลีกเลี่ยงข้อมูลระบุตัวบุคคล

เนื้อหานี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายไทย ไม่อาจแทนการประเมินคำร้องหรือกำหนดเวลาในกรณีเฉพาะได้

บทความที่เกี่ยวข้อง