ข้อตกลงการจ่ายค่าจ้างแก่ทนายความเพื่อเจรจาขอขึ้นราคาที่ดินที่ถูกเวนคืน (ลักษณะเป็นการจ้างทำของ) ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศี
การตกลงให้สินจ้างแก่ผู้รับจ้างซึ่งตกลงไปเจรจากับคณะกรรมการเวนคืนที่ดินเพื่อให้ได้ค่าทดแทนที่ดินสูงขึ้นตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ โดยกำหนดสินจ้างตามลักษณะดังกล่าว หาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความแต่อย่างใดไม่ และเข้าลักษณะเป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมา
พิพากษายืน (ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์)
ทางราชการได้เวนคืนที่ดินให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำเลยเห็นว่าคณะกรรมการเวนคืนที่ดินกำหนดค่าทดแทนต่ำไป จึงแต่งตั้งโจทก์ (ทนายความ) ให้ไปเจรจาขอขึ้นราคาที่ดินกับคณะกรรมการเวนคืนที่ดิน โดยตกลงกันว่าถ้าจำเลยได้ค่าทดแทนเกินจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เกินยอมยกให้โจทก์ เมื่อจำเลยได้รับเงินค่าทดแทนแล้วแต่ไม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2501 - 2504/2521นายสนิท ใจห้าวโจทก์นายปี สงพรหมทิพย์ กับพวก รวม 4 สำนวนล. ป.พ.พ. ม. 113, ม. 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2508 ทางราชการได้ออกกฎหมายเวนคืนที่ดินให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จำเลยเป็นเจ้าขอที่ดินที่ถูกเวนคืนเห็นว่าคณะกรรมการเวนคืนที่ดินกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต่ำไปไม่เป็นธรรม จึงแต่งตั้งโจทก์ซึ่งเป็นทนายความไปตกลงเจรจากับคณะกรรมการเวนคืนที่ดิน เพื่อให้ได้ค่าทดแทนสูงขึ้นตามที่จำเลยต้องการ โดยตกลงกันว่าถ้าจำเลยได้ค่าทดแทนที่ดินเกินจำนวนราคาที่จำเลยต้องการ ส่วนที่ได้เกินยอมยกให้โจทก์ดังนี้ เป็นการที่จำเลยตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้นแก่โจทก์ เข้าลักษณะเป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 การที่ผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างแก่ผู้รับจ้างซึ่งตกลงจะไปเจรจากับคณะกรรมการเวนคืนที่ดิน เพื่อให้ได้ค่าทดแทนที่ดินสูงขึ้นตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ โดยกำหนดสินจ้างกันไว้ตามลักษณะดังกล่าว หาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความแต่อย่างใดไม่ เมื่อโจทก์ได้ดำเนินการจนสำเร็จให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยย่อมต้องชำระสินจ้างตามข้อตกลงนั้นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่สำนวนมีใจความว่า จำเลยทั้งสี่สำนวนตกลงตั้งให้โจทก์เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตกลงราคาที่ดินที่ถูกเวนคืน เพื่อประโยชน์ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับนายชมพูอนุญาโตตุลาการ ฝ่ายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โจทก์กับนายชมพูทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการเรื่อยมาก จนในที่สุดตกลงให้ราคาที่ดินรายของจำเลยสำนวนที่หนึ่งเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยสำนวนที่สองเป็นเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยสำนวนที่สามเป็นเงิน ๖