ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานคำซัดทอดและคำรับสารภาพที่เกิดจากการหลอกลวงในคดีอาวุธปืน
คำเบิกความที่มีลักษณะเป็นคำซัดทอดเพื่อพ้นตัวเองไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง และคำรับสารภาพที่เกิดจากการจูงใจโดยมีคำมั่นสัญญาหลอกลวงโดยมิชอบ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานมาลงโทษจำเลยได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ ยกฟ้องโจทก์ และให้คืนปืนของกลางแก่เจ้าของ
ตำรวจยึดปืนจากบุคคลอื่นไม่ใช่จำเลย การจับจำเลยอาศัยคำซัดทอดของนายสมซึ่งไม่มีน้ำหนัก และจำเลยรับสารภาพโดยหลงเชื่อคำหลอกลวงว่าจะได้ปืนคืนและโอนทะเบียน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 682/2522พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์นายทูล ไชยมูลมั่งล. ป.วิ.อ. ม. 226 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 คนร้ายใช้ปืนของกลางยิงฆ่าคน แล้วนำมาฝาก ผ.ไว้ ผ.นำมามอบให้ตำรวจคำเบิกความของ ส. เจ้าของปืนว่าได้ขายปืนให้จำเลยแล้ว มีลักษณะเป็นคำซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิด ซึ่งไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงของ ส. ว่า ถ้ารับสารภาพแล้วจะได้ปืนคืน และ ส. จะไปจัดการโอนทะเบียนให้ด้วย เป็นคำรับสารภาพที่เกิดการจูงใจ มีคำมั่นสัญญาหลอกลวงโดยมิชอบ รับฟังเป็นพยานหลักฐานมาลงโทษจำเลยไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนสั้นมีทะเบียน ๑ กระบอก ซึ่งเป็นของบุคคลอื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ และคืนปืนแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ข้อ ๖ ลงโทษจำคุก ๑ ปี ปรับ ๒,๐๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ภายใน ๒ ปี คืนปืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปืนของกลางคืนเจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ตำรวจยึดได้ปืนของกลางมาจากนายผล หาใช่ยึดมาจากความครอบครองของจำเลยไม่ การที่พันตำรวจตรีอำนาจจับจำเลยก็เพราะนายสมผู้ใหญ่บ้านให้การซัดทอดว่าได้ขายปืนกระบอกนั้นให้แก่จำเลยแล้ว ซึ่งถ้าหากนายสมไม่ซัดทอดเช่นนั้น นายผลเองอาจจะต้องหาฐานมอบปืนให้คนร้ายไปฆ่านานบุญธรรม คำเบิกความของนายสมจึงมีลักษณะเป็นคำซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิด ซึ่งไม่มีน้ำ