การตั้งชื่อร้านคล้ายชื่อนิติบุคคลผู้อื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า โดยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของชื่อเดิม ถือเป็นการใช้ส
การตั้งชื่อร้านคล้ายชื่อนิติบุคคลอื่นเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทเดียวกัน โดยอาศัยผลจากการโฆษณาของเจ้าของชื่อเดิม ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของชื่อเดิม ถือเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่ผู้อื่นตามมาตรา 18 และ 421 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้กระทำต้องรับผิดระงับการ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยระงับการใช้ชื่อร้าน "เจ.พลาซ่า" และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
โจทก์เป็นนิติบุคคลชื่อ "เจมพลาซ่า" จำเลยตั้งร้านชื่อ "เจ.พลาซ่า" จำหน่ายเพชรพลอยประเภทเดียวกัน ชื่อคล้ายกันทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า "เจ." เป็นชื่อย่อของ "เจม" จำเลยมีเจตนาแสวงหาประโยชน์จากชื่อและโฆษณาของโจทก์ ทำให้ยอดขายโจทก์ลดลงและต้องเสียค่าโฆษณา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3070/2522ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจมพลาซ่าโจทก์นายเกษม แซ่เบ๊ล. ป.พ.พ. ม. 18, ม. 420, ม. 421, ม. 438 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ป.อ. ม. 274โจทก์เป็นนิติบุคคลใช้ชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจมพลาซ่า ต่อมาจำเลยตั้งร้านค้าชื่อว่า เจ.พลาซ่า และต่างก็จำหน่ายเพชรพลอยและเครื่องประดับซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันชื่อทั้งสองดังกล่าวคล้ายคลึงกัน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ว่า "เจ" เป็นชื่อย่อของ "เจม" และร้านจำเลยก็คือห้างของโจทก์ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาแสวงหาประโยชน์จากชื่อห้างโจทก์ ทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ การขายสินค้าลดลงและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาว่าห้างโจทก์มีเพียงแห่งเดียว การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ตามมาตรา 18 และมาตรา 421 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์มีสิทธิขอให้จำเลยระงับกานใช้ชื่อร้านดังกล่าวและเรียกค่าเสียหายได้ ค่าเสียหายที่โจทก์ขายสินค้าลดลงและค่าโฆษณาให้ลูกค้าทราบว่าห้างโจทก์มีเพียงแห่งเดียว เป็นค่าเสียหายเกิดจากการใช้สิทธิอันมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลยโดยตรง จำเลยจึงต้องรับผิดโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลใช้ชื่อว่า "เจมพลาซ่า" ประกอบการค้าจำหน่ายเพชรพลอยรูปพรรณและเครื่องประดับอื่นๆ ต่อมาเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๑๘ จำเลยได้ตั้งร้านค้าใช้ชื่อว่า "เจ.พลาซ่า" ซึ่งอ่านออกเสียงคล้ายคลึงกับชื่อของโจทก์ ป้ายชื่อร้านมีตัวอักษรเขียนเลียนแบบป้ายชื่อของโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการแสวงหาประโยชน์จากชื่อของโจทก์เพื่อให้จำเลยสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้นโดยอาศัยผลของการโฆษณาของโจทก์ และทำให้รายได้จากการขายของโจทก์ต้องลดน้อยลง เป็นการจงใจทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าร้านค้าของจำเลยเป็นอันหนึ่งอั