ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4659/2536
ประเด็นกฎหมาย
การอุทธรณ์คำสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทเมื่อมิได้โต้แย้ง และอำนาจเลิกจ้างของบุคคลที่ได้รับมอบหมายแทนนิติบุคคล
หลักกฎหมาย
คำสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาทเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากมิได้โต้แย้งจะอุทธรณ์ไม่ได้ ส่วนบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจนิติบุคคลมีฐานะเป็นนายจ้างตามประกาศกระทรวงฯ ข้อ 2 สามารถเลิกจ้างได้
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องคำสั่งกำหนดประเด็นข้อพิพาท และพิพากษายืนให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ข้อเท็จจริงสำคัญ
พันตำรวจเอกสามีกรรมการบริษัทแจ้งโจทก์หยุดทำงานเนื่องจากยุบแผนก โจทก์อ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลพบว่าบุคคลดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ควบคุมงานจึงมีอำนาจเลิกจ้างได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4659/2536นาย วีระ พ วง สมบัติโจทก์บริษัท พระประแดง คา ร์เซอร์วิส จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 226 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2คำสั่งศาลแรงงานกลางที่กำหนดประเด็นข้อพิพาท เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้จึงไม่สามารถอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ประกอบพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 31 จำเลยเป็นนิติบุคคล น. ได้รับอำนาจจากกรรมการของจำเลย น. จึงเป็นผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล มีฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์ด้วยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2น. มีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ครั้งสุดท้ายทำงานในตำแหน่งช่างเคาะได้รับค่าจ้างเดือนละ 14,000 บาทเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2536 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค้างค่าจ้างอัตราสุดท้าย180 วัน เป็นเงิน 84,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 14,000 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 70,000 บาท และค่าจ้างค้างชำระ 6 วัน เป็นเงิน2,799 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ยังไม่ได้ถูกเลิกจ้าง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2536 จำเลยได้ตัดค่าจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ทำให้ไฟเลี้ยวรถเบนซ์เสียหาย โจทก์กล่าวคำพยาบาทว่าจะทำให้บริษัทจำเลยเสียหาย ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2536โจทก์ทำกระจกบังลมรถเบนซ์แตกเสียหายอีก 3 ครั้ง ระหว่างที่โจทก์ทำงานให้จำเลย โจทก์ค้า