เมื่อกฎหมายใหม่เปลี่ยนองค์ประกอบความผิดและเปิดโอกาสให้แก้ตัวได้ ต้องใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. ม. 3
เมื่อกฎหมายที่ใช้หลังความผิดเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบความผิดและเปิดโอกาสให้จำเลยอ้างเหตุผลอันสมควรได้ ต้องถือว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลย และศาลต้องนำมาบังคับใช้แทนกฎหมายเดิมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 หากฟ้องขาดองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายใหม่ ศาลต้องยกฟ้อง
ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้อง เนื่องจากกฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลยและฟ้องขาดองค์ประกอบความผิด
จำเลยถูกฟ้องปฏิเสธการขายไม้ขีดไฟ แต่กฎหมายเดิมถูกยกเลิกและแทนที่ด้วยกฎหมายใหม่ที่มีองค์ประกอบความผิดต่างกัน โดยเปิดโอกาสให้จำเลยอ้างเหตุสมควรได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2524พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางติ๊กแฮะ แซ่บุ้งจำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ.2522 ป.อ. ม. 3โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรพ.ศ. 2490 มาตรา 16 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมาพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 โดยพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด มีบทบัญญัติมาตรา 30กำหนดหลักการไว้ใกล้เคียงกับมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร ดังนี้ เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิด โดยกฎหมายที่ใช้ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบแห่งความผิด และเปิดโอกาสให้จำเลย อ้างเหตุผลอันสมควรมาเป็นข้อแก้ตัวได้ จึงต้องถือว่ากฎหมายที่ใช้ภายหลัง เป็นคุณแก่จำเลย และต้องนำมาบังคับใช้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เวลากลางวัน จำเลยเป็นผู้ทำการขายปลีกไม้ขีดไฟซึ่งเป็นสิ่งของควบคุมการผลิตการจำหน่ายและห้ามค้ากำไรเกินควรตามประกาศของคณะกรรมการการค้ากำไรเกินควร และจำเลยได้ทราบประกาศแล้ว ได้มีนายสมชายกับพวกมาขอซื้อปลีกไม้ขีดไฟจำนวน ๑ ห่อ (ห่อละ ๖๐๐ กลัก) ด้วยเงินสดจากจำเลย อันเป็นจำนวนและปริมาณไม่เกินควรแก่การใช้ แต่จำเลยไม่ยอมขายปลีกให้นายสมชายกับพวกเหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘,๘ ทวิ, ๑๖, ๒๑ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๖, ๗ ประกาศคณะกรรมการกลางป้องกันการค้ากำไรเกินควร (ฉบับที่ ป.๑) พ.ศ.