ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่ารักษาทรัพย์โดยศาลเป็นดุลพินิจ ศาลอุทธรณ์เรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์นั้นไม่ถูกต้อง

หลักกฎหมาย

ค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดได้ตามเห็นสมควร การอุทธรณ์คำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์มิใช่การเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ แต่เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งคำนวณราคาเงินไม่ได้ จึงเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนศาลอุทธรณ์ แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เรียกเก็บเกินมาศาลละ 200 บาทแก่ผู้ร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลสั่งยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ และแต่งตั้งผู้รักษาทรัพย์ตามสัญญา โจทก์ขอเปลี่ยนเป็นผู้รักษาทรัพย์เองโดยไม่คิดค่าศาลชั้นต้นลดค่ารักษาทรัพย์เหลือ 15,000 บาท ผู้รักษาทรัพย์อุทธรณ์ขอค่ารักษาตามสัญญา ศาลอุทธรณ์เรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์นายประดิษฐ์ โกศัลวิตรผู้ร้องนายเม่งอุ้ย แซ่จึง กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 161, ตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพค่ารักษาทรัพย์ (ที่ยึดไว้ในคดี) เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลอาจจะพิจารณาสั่งให้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้ผู้ร้องต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในหนังสือสัญญารักษาทรัพย์จึงเป็นอำนาจที่จะกระทำได้ หาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่เมื่อค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลอาจสั่งให้ได้ การที่ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่อมาก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ ให้กำหนดค่ารักษาทรัพย์เช่นเดียวกันหาใช่เรื่องเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ไม่ จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำยึดที่ดินและเรือนของจำเลยที่ ๒ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ในการยึดนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยความเห็นชอบของโจทก์ได้มอบทรัพย์ดังกล่าวให้ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา เป็นผู้รักษาทรัพย์ คิดค่ารักษาทรัพย์ให้วันละ ๑๐๐ บาท ปรากฏตามหนังสือสัญญารักษาทรัพย์ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา ทำการรักษาทรัพย์ตั้งแต่วันทำสัญญา ต่อมาวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ โจทก์ยื่นคำแถลงว่าจำเลยติดต่อขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ อยู่ในระหว่างตกลงกัน ซึ่งจะต้องใช้เวลานานทำให้ค่ารักษาทรัพย์สูงมากโจทก