ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812 - 2816/2525
ประเด็นกฎหมาย
ความรับผิดของนายจ้างเมื่อลูกจ้างทั้งสองฝ่ายมีความประมาทเสมอกัน และอำนาจฟ้องของบิดามารดาที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งแ
หลักกฎหมาย
เมื่อลูกจ้างของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างมีความประมาทพอ ๆ กัน มิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน สมควรให้ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันนั้นเป็นพับ และเป็นผลถึงโจทก์และจำเลยในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้กระทำละเมิดดังกล่าวไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเช่นกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 2
คำวินิจฉัย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องคดีเฉพาะโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 5 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 และรถยนต์ของจำเลยชนกันเนื่องจากความประมาทของลูกจ้างทั้งสองฝ่ายพอ ๆ กัน ทำให้รถเสียหาย โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ได้รับบาดเจ็บ บุตรโจทก์ที่ 2 ที่ 3 และภริยาโจทก์ที่ 6 ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา และได้แต่งงานเป็นสามีภรรยาโดยถูก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812 - 2816/2525นายสุนทร พงศ์กระพันธุ์ กับพวกโจทก์บริษัทปัญญามิตร จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 223, ม. 420, ม. 425, ม. 438 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 เมื่อลูกจ้างของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างมีความประมาทพอ ๆ กัน มิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน สมควรให้ค่าสินไหมทดแทนอันจะพึงใช้แก่กันนั้นเป็นพับ และเป็นผลถึงโจทก์และจำเลยในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้กระทำละเมิดดังกล่าวไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเช่นกัน โจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดยะลา ซึ่งได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานีนราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษให้ใช้บังคับแก่ผู้นับถือศาสนาอิสลาม อันเกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดก เฉพาะในสี่จังหวัดดังกล่าว แทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 บรรพ 6 เมื่อโจทก์ที่ 2 ที่ 3 นำสืบว่าได้แต่งงานเป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบหักล้างจึงต้องฟังว่าโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 เป็นสามีภรรยาและเป็นบิดามารดาของบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่กฎหมายได้รับรอง โดยมิต้องคำนึงว่าจะเกิดเป็นคดีพิพาทในจังหวัดใด ๆ ก็ตาม และเมื่อมีผู้กระทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ที่ 2 ที่ 3 ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ก็มีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์รับจ้างรับส่งคนโดยสารจำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะคันที่ลูกจ้างของจำเลยขับชนรถของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งขับโดยโจทก์ที่ ๕ โดยประมาท ทำให้รถโจทก์ที่ ๑ เสียหายทั้งยังเป็นเหต