ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3895/2525

ประเด็นกฎหมาย

หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนบริษัทต่างประเทศในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 76 ทวิ และมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และการยกเว้นภาษีตามอนุ

หลักกฎหมาย

ตัวแทนของบริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทยและได้รับเงินได้ มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แม้บริษัทต่างประเทศจะมีหุ้นในตัวแทนถึง 99.5% ทำให้ตัวแทนเป็นสถานประกอบการถาวรตามอนุสัญญาฯ ก็ไม่ได้รับยกเว้นภาษี แต่การจะเสียภาษีตามมาตรา 70 ทวิ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้เพิกถอนคำสั่งการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่เกี่ยวกับการจำหน่ายเงินกำไรตามมาตรา 70 ทวิ ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทต่างประเทศ (ญี่ปุ่น) ขายสินค้าให้ลูกค้าในประเทศไทย โดยโจทก์ลงชื่อในสัญญาเป็นผู้ขายในฐานะตัวแทน และบริษัทต่างประเทศถือหุ้นในโจทก์ 99.5% ลูกค้าชำระค่าสินค้าโดยเลตเตอร์ออฟเครดิตไปยังบริษัทต่างประเทศโดยตรง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะประเด็นหน้าที่เสียภาษี มิได้โต้แย้งจำนวนเงินได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3895/2525ห้างหุ้นส่วนจำกัดนิชโช-อีวาย (ประเทศไทย)โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 28, ม. 29, ม. 70 ทวิ, ม. 76 ทวิ พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2505 ม. 3 อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2506 บริษัท น. (ประเทศญี่ปุ่น) ทำสัญญาขายสินค้าให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยโดยโจทก์ลงชื่อในสัญญาเป็นผู้ขายในฐานะเป็นตัวแทน โจทก์จึงเป็นตัวแทนของบริษัท น. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้จากการขายสินค้า มิใช่เป็นเพียงลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อของบริษัท น. เท่านั้นโจทก์จึงมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้สำหรับการขายสินค้าดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร มาตรา 76 ทวิ บริษัท น. (ประเทศญี่ปุ่น) มีหุ้นอยู่ในห้างโจทก์ 99.5 เปอร์เซ็นต์โจทก์จึงเป็นตัวแทนตามกฎหมายประกอบธุรกิจแต่บางส่วนให้กับบริษัทดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็น "สถานประกอบการถาวร" ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ มิใช่เป็นแต่ นายหน้า ตัวแทนค้าต่าง หรือตัวแทนอื่น ๆ ที่มีสถานภาพเป็นอิสระ อย่างแท้จริง ซึ่งกระทำการแต่เพียงเป็นสื่อกลางระหว่างวิสาหกิจหนึ่งของรัฐ ผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งกับผู้ที่จะเป็นลูกค้าในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง โจทก์ จึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามอนุสัญญาดังกล่าว เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์แต่เพียงว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 76 ทวิ และภาษีจากการจำหน่ายเงินกำไรตามมาตรา 70 ทวิ โด