ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3008 - 3009/2527

ประเด็นกฎหมาย

ความรับผิดละเมิดกรณีรถชนซ้ำโดยผู้ชนหลังไม่ประมาท และความเป็นฟ้องซ้อนเมื่อฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้รับประกันภัย

หลักกฎหมาย

ความเสียหายที่เพิ่มขึ้นจากการชนซ้ำโดยผู้ชนหลังไม่ประมาท เป็นผลโดยตรงจากความประมาทของฝ่ายจำเลยผู้ก่อเหตุแรก จึงต้องรับผิดร่วม ส่วนการฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิในคดีแยก ไม่ถือเป็นฟ้องซ้อน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกเว้นแก้ไขการคำนวณดอกเบี้ยให้ถูกต้อง โดยให้จำเลยร่วมรับผิดในค่าเสียหายจากการชนซ้ำ และให้โจทก์ที่ 2 ร่วมรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องแย้ง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

รถโจทก์ถูกรถจำเลยชนพังขวางถนนโดยจำเลยประมาท จากนั้นรถบุคคลอื่นชนซ้ำโดยไม่ประมาท ทำให้เสียหายเพิ่มขึ้น โจทก์ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้รับประกันภัยในคดีแยก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3008 - 3009/2527สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการโจทก์นายสมชาย มงคลอุดม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 438 ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 173, ม. 243, ม. 247 ตาราง 1 (1, รถของโจทก์ถูกรถของจำเลยชนโดยประมาทพังขวางอยู่กลางถนนแล้วถูกรถของบุคคลอื่นชนซ้ำโดยไม่ใช่ความประมาทของบุคคลนั้น แม้จะก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นก็เป็นผลโดยตรงอันเกิดจากความประมาทของฝ่ายจำเลยเป็นผู้ก่อขึ้นก่อน ดังนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดในผลอันนี้ด้วย สำนวนแรกโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับประกันภัยเป็นจำเลย คงฟ้องแต่ผู้อื่น เมื่อผู้รับประกันภัยเข้ามาเป็นโจทก์ในสำนวนที่สองโดยอ้างว่าเป็นผู้รับช่วงสิทธิในฐานะผู้รับประกันภัยฟ้องจำเลยอื่นและโจทก์ในสำนวนแรกให้ร่วมรับผิดอันเนื่องจากเหตุรถชนรายเดียวกัน โจทก์ในสำนวนแรกจึงมีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่สองได้ ไม่เป็นฟ้องซ้อน โจทก์ที่ 2 เป็นจำเลยตามฟ้องแย้งในสำนวนที่สองของโจทก์ที่ 1 ส่วนจำเลยเป็นจำเลยตามฟ้องสำนวนแรกของโจทก์ที่ 1 แม้จะเป็นค่าเสียหายรายเดียวกันแต่เป็นคนละคดี ต้องเสียค่าขึ้นศาลต่างหากจากกัน เมื่อโจทก์ที่ 2 และจำเลยแพ้คดีและฎีกาต่อมาจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลเป็นรายคดี การที่ฎีการ่วมกันมาไม่ทำให้หน้าที่ที่จะต้องเสีย ค่าขึ้นศาลลดน้อยลง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดเป็นการเกินคำขอ เพราะโจทก์ขอเรียกดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2522 ศาลฎีกาควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันสำนวนแรกโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๑ ที่ ๔