ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2528

ประเด็นกฎหมาย

การที่จำเลยรับสารภาพว่าไม่มีเงินในบัญชีขณะออกเช็คจากการถามค้าน ถือว่าโจทก์นำสืบครบถ้วนหรือไม่

หลักกฎหมาย

ในคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังว่าจำเลยกระทำผิด การที่จำเลยรับสารภาพจากการถามค้าน ไม่ถือเป็นการนำสืบของโจทก์

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชี แต่ไม่ได้ถูกนำสืบโดยโจทก์โดยตรง จำเลยรับสารภาพเฉพาะเมื่อถูกถามค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2528นายสมพร ศิริบุญยังโจทก์นายปราโมทย์ ตันสกุลจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.วิ.อ. ม. 174, ม. 176, ม. 227ในการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลย กระทำผิดตามฟ้อง ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ข้อเท็จจริงที่ว่าวันที่จำเลยออกเช็ค จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิด เกิดขึ้นจากการที่จำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงนั้น ไม่พอฟังลงโทษจำเลย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 540/2504)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๓(๑)(๒)(๓) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นผู้ออกเช็คตามฟ้องลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานของโจทก์เองว่าในวันที่จำเลยออกเช็คคือวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลยหรือมีเงินจำนวนน้อยกว่าที่สั่งจ่ายในเช็ค ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่โจทก์ถามค้านตัวจำเลยจนจำเลยเบิกความยอมรับว่า ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คนั้น จะถือว่าโจทก์ได้นำสืบถึงความข้อนี้แล้วหรือไม่ ดังนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ อันเป็นวันที่จำเลยออกเช็ค จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอัน