การกระทำพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลัง เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ และใช้มาตรา 90 ลงโทษบทหนักที่สุด
การบังคับพาเอาตัวผู้เสียหายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อวัตถุประสงค์เดียว คือการพาไปเพื่อการอนาจาร ย่อมเป็นความผิดฐานทำให้เสียเสรีภาพและหน่วงเหนี่ยวกักขังอยู่ในการกระทำนั้น จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ม.90
พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร ฐานทำให้เสียเสรีภาพ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
จำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนขู่เข็ญและใช้กำลังฉุดผู้เสียหายจากซอยขึ้นรถยนต์พาไปยังโรงแรมเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือพาไปเพื่อการอนาจาร แต่ผู้เสียหายหลบหนีได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2010/2528พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายวิชัย พิทักษ์ศักดิ์เสรีจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 90, ม. 284, ม. 309, ม. 310, ม. 371 ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 จำเลยฎีกาประสงค์จะให้ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงว่าเหตุเกิดตามวันเวลาที่ผู้เสียหายเบิกความซึ่งแตกต่างไปจากที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาดังนี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 309, 310 ว่าเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทอันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยเมื่อศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานนี้ไม่เกิน 5 ปีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนขู่เข็ญและใช้กำลังฉุดผู้เสียหายจากในซอย ให้ขึ้นรถยนต์แล้วพาไปถึงโรงแรมแต่ผู้เสียหายหนีออกมาได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียววาระเดียวโดยมีเจตนาเพียงอย่างเดียวคือการพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารเท่านั้นแต่โดยลักษณะของการกระทำคือ การบังคับพาเอาตัวผู้เสียหายจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และ 310 อยู่ในตัวการกระทำความผิดของจำเลยในส่วนนี้จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เนื่องจากการพิมพ์ผิดพลาดไปศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมว