ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2528

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าของร่วมมีสิทธิขอกันส่วนที่ดินออกก่อนขายทอดตลาดเมื่อมีการแบ่งกันครอบครองเป็นส่วนสัดหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อเจ้าของร่วมมีการแบ่งกันครอบครองทรัพย์สินเป็นส่วนสัดแล้ว เจ้าของร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิขอให้ศาลสั่งกันทรัพย์สินเฉพาะส่วนของตนออกก่อนนำออกขายทอดตลาด เพื่อความเป็นธรรมและป้องกันความเสียหายจากราคาขายทอดตลาด

คำวินิจฉัย

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดเฉพาะที่ดินส่วนด้านทิศใต้พร้อมสิ่งปลูกสร้างคิดเป็นเนื้อที่ครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ทั้งหมด และคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาที่เรียกเกินมา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นของเจ้าของร่วมสองคน ผู้ร้องครอบครองครึ่งหนึ่งทางทิศเหนือแยกจากส่วนจำเลยโจทก์อย่างชัดเจน โจทก์รับจำนองเฉพาะส่วนทิศใต้และทราบข้อเท็จจริงนี้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2528ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์นางยุพิน โพธิ์เอี่ยมผู้ร้องนายถม เชี่ยวชูพันธ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 702, ม. 716, ม. 728, ม. 1364, ม. 1367, ม. 1370, ม. 1372 ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 287, ม. 288, ตาราง 1 ท้า, ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินครึ่งหนึ่งทางทิศเหนือเป็นส่วนสัดมาตั้งแต่ได้รับการยกให้จากบิดา เมื่อโจทก์รับจำนองที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยโจทก์ก็ทราบว่ารับจำนองเฉพาะที่ดินส่วนที่อยู่ทางทิศใต้ดังนี้ โจทก์จะบังคับคดียึดที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดให้ผู้ร้องกันเงินครึ่งหนึ่งที่ได้จากการขายทอดตลาดมิได้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะขอให้กันที่ดินส่วนทางด้านทิศเหนือของผู้ร้องออกก่อนขายทอดตลาด กรณีเช่นนี้เป็นเรื่องการร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 มิใช่เป็นการร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288 จึงเรียกค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์มิได้เมื่อศาลอุทธรณ์เรียกค่าขึ้นศาลมาไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาย่อมสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ด้วย่่คดีสืบเนื่องจากจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๒๖ เนื้อที่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวา กับบ้านที่ปลูกในที่ดินดังกล่าว ๑ หลัง ซึ่งมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของรวม ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องครึ่งหนึ่งทางด้านทิศเหนือติดกับทางสาธารณประโยชน์ ผู้ร้องครอบครองเป็นส่วนสัดมีอาณาเขตแน่นอนแยกจากส่วนที่เป็นของจำเลย ส่วนบ้านเลขที่ ๑๗๕ ปลูกอยู่ในที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยเฉพาะส่วนด้านหลังที่ต่อจากตัวบ้านเดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ขอให้ศาลก