ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3723/2537

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างเรียกเงินจากบุคคลภายนอกเพื่อจัดเข้าทำงาน แม้ไม่มีอำนาจหน้าที่ ถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสียหายและเลิกจ้างได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่ลูกจ้างเรียกและรับเงินจากบุคคลภายนอกเพื่อจัดเข้าทำงาน แม้ไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่อาศัยตำแหน่งแอบอ้างผลประโยชน์ ทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าต้องวิ่งเต้นเสียเงิน ทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง ถือเป็นการจงใจทำให้บริษัทเสียหาย มีสิทธิเลิกจ้างได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์ ไม่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ และดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นหัวหน้าหน่วยผลิต ไม่มีอำนาจรับคนเข้าทำงาน แต่เรียกและรับเงินจากบุคคลภายนอกที่สมัครเข้าทำงาน ทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3723/2537นาย วิรัตน์ เต็ม ดวงโจทก์บริษัท บุญ รอด บริวเวอรี่ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แม้โจทก์จะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรบบุคคลภายนอกเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยก็ตามแต่การที่โจทก์เรียกและรับเงินจาก พ.กับว.ผู้สมัครเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย ทำให้เห็นได้ว่าโจทก์อาศัยตำแหน่งความเป็นลูกจ้างไปแอบอ้างผลประโยชน์จากบุคคลภายนอกทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าการเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยจะต้องมีการวิ่งเต้นเสียเงินตอบแทน ทำให้จำเลยเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ มิใช่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์อีกด้วยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่ 1ธันวาคม 2525 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2536 อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดวินัยร่วมกับผู้อื่น รับสินจ้างนำบุคคลเข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยโจทก์มีตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าหน่วยผลิตโซดา แผนกโซดาและน้ำดื่ม ทำหน้าที่ควบคุมการผลิต ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 9,750 บาท เงินค่าครองชีพเดือนละ965 บาท รวมเป็นค่าจ้าง 10,715 บาท การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จึงขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะเลิกจ้าง และให้ชดใช้เงินค่าเสียหายให้โจทก์อัตราเดือนละ10,750 บาท นับแต่วันที่โจทก์ถูกเลิกจ้างจนกว่าจำเลยจะรับ