ลูกจ้างเรียกเงินจากผู้สมัครงานโดยไม่มีอำนาจรับเข้าทำงาน ถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสียหายและประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนเลิกจ้างได้หรือไม่
แม้ลูกจ้างไม่มีอำนาจรับบุคคลเข้าทำงาน แต่หากเรียกและรับเงินจากผู้สมัครโดยอาศัยตำแหน่งแอบอ้างผลประโยชน์ ทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าต้องวิ่งเต้นเสียเงินจนนายจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียง ย่อมถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสียหายและประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง นายจ้างจึงมีสิทธิเลิกจ้างได้
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์เป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหายและประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือเงินบำเหน็จ
โจทก์เป็นหัวหน้าหน่วยผลิตไม่มีอำนาจรับคนเข้างาน แต่เรียกและรับเงินจากบุคคลภายนอกที่สมัครงานกับจำเลย ทำให้จำเลยเสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3723/2537นาย วิรัตน์ เต็ม ดวงโจทก์บริษัท บุญ รอด บริวเวอรี่ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แม้โจทก์จะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับบุคคลภายนอกเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยก็ตามแต่การที่โจทก์เรียกและรับเงินจากผู้สมัครเข้าทำงานเป็น ลูกจ้างของจำเลยทำให้เห็นได้ว่าโจทก์อาศัยตำแหน่งความเป็น ลูกจ้างของจำเลยไปแอบอ้างผลประโยชน์จากบุคคลภายนอก ทำให้ บุคคลภายนอกเข้าใจว่าการเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย จะต้องมีการวิ่งเต้นเสียเงินตอบแทน ทำให้จำเลยเสื่อมเสีย ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับ ความเสียหาย ทั้งถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานของจำเลยอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้าง โจทก์ได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้าง โดยไม่เป็นธรรม และจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตลอดจนเงิน บำเหน็จและดอกเบี้ยแก่โจทก์อีกด้วย ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 และข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานของจำเลยว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2536อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดวินัยร่วมกับผู้อื่นรับสินจ้างนำบุคคลเข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์มีตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าหน่วยผลิตโซดา แผนกโซดาและน้ำดื่ม ทำหน้าที่ควบคุมการผลิต ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 9,750 บาทเงินค่าครองชีพเดือนละ 965 บาท รวมเป็นค่าจ้าง 10,715 บาทการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เ