การเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มตามพิกัดกฎหมายแม่บท ไม่ใช่ประกาศอธิบดี เป็นการละเมิดหรือไม่
การเสียภาษีต้องเป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท หากผู้นำเข้าสำแดงรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บส่วนที่ขาดได้โดยชอบ มิใช่การละเมิด
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์นำรถพิคอัพเข้าประเทศ โดยสำแดงพิกัดอัตราศุลกากรต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีเพิ่มตามพระราชกำหนด พ.ศ. 2503 โจทก์ฟ้องว่าถูกละเมิดสิทธิ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3788/2528บริษัทแองโกล - ไทย การเกษตรจำกัดโจทก์กรมศุลกากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 10 พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 ม. 4, ม. 7, ม. 10, ม. 12 พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 บัญชีพิกัดอัตราอากรขาเข้า ฯการเสียภาษีอากรขาเข้าสำหรับสินค้าของโจทก์ต้องเป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 บัญชีพิกัดอัตราอากรขาเข้าท้ายพระราชกำหนดดังกล่าวที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วกำหนดสินค้ารถบรรทุกชนิดพิคอับไว้ในประเภทที่ 87.02 ค.(2) ให้ต้องเสียอากรขาเข้าร้อยละ 80 เมื่อโจทก์นำรถบรรทุกชนิดพิคอับเข้ามาจึงต้องเสียค่าภาษีตามประเภทและอัตราที่กฎหมายกำหนด มิใช่เสียค่าภาษีตามประกาศของอธิบดีกรมศุลกากร โจทก์มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องสำแดงรายการในใบขนสินค้าขาเข้าโดยสำแดงประเภทของและเกณฑ์ปริมาณที่ต้องใช้ในการเก็บอากรให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่จำแนกและกำหนดไว้ในพิกัดอัตราอากรท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร หากแสดงไว้ไม่ครบถ้วนถูกต้องมิให้ถือว่าบริบูรณ์ จำเลยมีอำนาจเรียกเก็บส่วนที่ขาดให้ครบเต็มจำนวนได้ตามกฎหมาย จึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์สั่งรถยนต์พิคอับจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อเรือบรรทุกสินค้าดังกล่าวมาถึงท่าเรือกรุงเทพ โจทก์ทำใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเพื่อชำระภาษีต่อจำเลยในพิกัดประเภทที่ ๘๗.๐๒ ข.(๒)ในอัตราร้อยละ ๔๐ ของราคาสินค้า กับได้ชำระภาษีและจำหน่ายสินค้าไปหมดแล้ว ต่อมาจำเลยแจ้งให้โจทก์เสียค่าภาษีเพิ่มอีก อ้างว่าโจทก์แสดงพิกัดอัตราศุลกากรคลาดเคลื่อนโดยสินค้าของโจทก์จะต้องเสียภาษีตามพิกัดประเภทที่ ๘๗.๐๒ (๒) ในอัตราร้อยละ ๘๐ ของราคาสินค้า โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของจำเลย รัฐมนตรีว่าการกร