การแยกแยะระหว่างการรับจ้างทำของและการซื้อขาย โดยพิจารณาว่าสัมภาระหรืองานสำเร็จสำคัญกว่ากัน
ความแตกต่างอยู่ที่สัมภาระกับงานสำเร็จสิ่งไหนสำคัญกว่า หากงานสำเร็จไม่สำคัญกว่าสัมภาระ ย่อมเป็นการซื้อขาย มิใช่รับจ้างทำของ
พิพากษายืน ให้เสียภาษีการค้าประเภทการขายของอัตราร้อยละ 7 มิใช่การรับจ้างทำของอัตราร้อยละ 2
โจทก์ผลิตอิฐทนไฟตามคำสั่งเฉพาะราย โดยใช้วัตถุดิบผสมสารเคมีแล้วเผาไฟ โดยอ้างว่าเป็นการรับจ้างทำของ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2530บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 453, ม. 587 ป.รัษฎากร ม. 77, บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 4 ข้อแตกต่างระหว่างการซื้อขายและการรับจ้างทำของนั้นหาได้อยู่ที่เจตนาและกริยาของคู่กรณีที่ประพฤติต่อกันแต่ประการเดียวไม่ แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า สัมภาระกับการงานที่รับทำจนสำเร็จนั้นสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ถ้าการงานที่รับทำจนสำเร็จสำคัญกว่าสัมภาระก็เป็นรับจ้างทำของ แต่ถ้าไม่สำคัญกว่าก็เป็นการซื้อขาย การผลิตอิฐทนไฟไม่ว่าจะเป็นการผลิตแบบมาตรฐานหรือผลิตตามคำสั่งเป็นการเฉพาะราย วัตถุดิบหรือสัมภาระที่ใช้ได้แก่บล๊อกไซด์ ชามอส อลูมิน่า ดินทนไฟ นำมาผสมกัน เติมด้วยสารเคมีแล้วนาไปอัดเป็นรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นจึงนำไปเผาไฟ จึงเห็นได้ว่าอิฐทนไฟที่ผลิตหาได้มีความสำคัญไปกว่าสัมภาระหรือวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตไม่ การผลิตอิฐทนไฟตามคำสั่งเฉพาะรายของลูกค้าจึงมิใช่เป็นการรับจ้างทำของ แต่เป็นการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟเช่นเดียวกับอิฐทนไฟแบบมาตรฐานนั่นเอง ดังนั้นรายรับที่ได้จากการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟตามคำสั่งของลูกค้าเป็นการเฉพาะราย จึงต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 1.การขายของ ชนิด 1 (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 เช่นเดียวกับรายรับที่ได้จากการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟแบบมาตรฐาน มิใช่เสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 4.การรับจ้างทำของ ชนิด 1 (ฉ) ในอัตราร้อยละ 2โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยอ้างว่าการเสียภาษีการค้าประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และ ๒๕๒๒ ของโจทก์ โดยนำรายรับจากการผลิตอิฐทนไฟไปเสียภาษีการค้าบางส่วนไว้ตามประเภทการค้า ๔. การรับจ้างทำของ ชนิด ๑ (ฉ) ในอัตราร้อยละ ๒ เป็นการเสียภาษีผิดประเภทการค้าและไ