ผู้เสียภาษีไม่จัดทำบัญชีและสละสิทธิแสดงหลักฐานในชั้นประเมิน จะนำหลักฐานมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ได้หรือไม่
เมื่อผู้เสียภาษีไม่จัดทำบัญชีและยอมรับการประเมินแบบหักค่าใช้จ่ายเหมาโดยไม่โต้แย้ง ถือว่าสละสิทธิในการนำหลักฐานมาแสดงเพื่อพิสูจน์ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควร หากจะนำหลักฐานมาแสดงในชั้นอุทธรณ์ ศาลไม่รับฟัง
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ค้ามันอัดเม็ด ไม่จัดทำบัญชีตามหมายเรียก และยอมรับการประเมินโดยหักค่าใช้จ่ายเหมา 85% ในชั้นเจ้าพนักงานประเมิน โดยไม่โต้แย้ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3113/2531นายแช แซ่อึ้งโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 23, ม. 40 (8) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ม. 8, ม. 8 ทวิโจทก์มีรายได้จากการค้ามันอัดเม็ด โจทก์เสียภาษีประจำปีพ.ศ. 2519 ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินหมายเรียกให้โจทก์ส่งบัญชีและหลักฐานเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อตรวจสอบเงินได้ประจำปี โจทก์ให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินว่า ไม่สามารถส่งหลักฐานเพราะไม่ได้จัดทำบัญชีไว้ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีเงินได้ที่โจทก์ต้องเสียเพิ่มสำหรับปี พ.ศ. 2519 โดยคิดหักค่าใช้จ่ายเทียบเคียงกับการหักค่าใช้จ่ายแบบการเหมาในอัตรา ร้อยละ 85 ตามมาตรา8 ข้อ 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2505 โจทก์ก็ยอมรับโดยไม่โต้แย้งถือได้ว่าโจทก์สละสิทธิในการที่จะนำหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรมากกว่าที่ถูกหัก การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงถือได้ว่าเป็นการหักค่าใช้จ่ายให้ตามความจำเป็นและสมควรและเป็นการประเมินที่ชอบแล้ว.โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือ ภ.ง.ด. ๑๑ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ฉบับที่ ๙/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๑ และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ภ.ส. ๗ เลขที่/ที่ กค.๐๘๔๒/๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ ของจำเลยที่ ๒, ที่ ๓ และที่ ๔ กับขอให้โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นเงิน ๖๔,๕๔๑.๙๓ บาท จำเลยทั้งสี่ให้การว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ทำก