ความรับผิดละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบการเก็บรักษาเงินจนเงินสูญหาย
ความเสียหายเกิดจากการประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบการเก็บรักษาเงิน โดยไม่ส่งมอบเงินให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินตามระเบียบ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์
พิพากษายืนให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๑๗๐,๕๗๑.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ หัวหน้าฝ่ายการคลัง นำเงินไปเก็บในตู้นิรภัยที่มีกุญแจดอกเดียวและเก็บกุญแจไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานจนคนร้ายงัดไปลักเงิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4216/2531กรมอัยการโจทก์นางชวนี สุเรรัตน์ กับพวกล. ป.พ.พ. ม. 420 ระเบียบการเก็บรักษาเงินและนำเงินส่งคลังของส่วนราชการ พ.ศ.2520 จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นหัวหน้าฝ่ายการคลังของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของทางราชการ โดยไม่ส่งมอบเงินที่เหลือจ่ายให้แก่คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน เพื่อให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยที่โจทก์ได้จัดไว้ให้ซึ่งมีลูกกุญแจ 3 ดอก แต่กลับนำเข้าเก็บไว้ในตู้นิรภัยที่มีลูกกุญแจดอกเดียว ทั้งยังนำลูกกุญแจตู้นิรภัยดังกล่าวไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของจำเลยที่ 1 เมื่อมีคนร้ายมางัดโต๊ะทำงานของจำเลยที่ 1 และนำลูกกุญแจตู้นิรภัยไปไขตู้นิรภัยลักเอาเงินที่เก็บรักษาไว้ไปได้ ถือได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นโดยตรงจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 จะอ้างเหตุในเรื่องหัวหน้าส่วนราชการไม่ทักท้วงสั่งการแก้ไขการปฏิบัติหน้าที่ที่ผิดระเบียบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินให้ถูกต้องมาเป็นเหตุว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบแล้วไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายการคลังของโจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้มีคนร้ายงัดโต๊ะทำงานของจำเลยที่ ๑ เอาลูกกุญแจตู้นิรภัยของจำเลยที่ ๑ ไขตู้นิรภัยที่จำเลยที่ ๑ นำเงินบำนาญและเงินค่ารักษาพยาบาลที่เหลือจ่ายจำนวน ๑๗๐,๕๗๑.๔๐ บาท ของโจทก์ไป ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสี่ส่วมกันใช้เงินจำนวน ๑๗๐,๕๗๑.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า สาเหตุที่เงินสูญหายหาใช่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเก็บรักษาเงิ