ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2513

ประเด็นกฎหมาย

นิติบุคคลไทยมีสิทธิถือครองที่ดินหรือไม่ เมื่อมีกรรมการเป็นคนต่างด้าว และคำสั่งยกเลิกข้อจำกัดไม่มีผลย้อนหลัง

หลักกฎหมาย

นิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการมีฐานะเสมือนคนต่างด้าวในการถือครองที่ดิน การโอนให้ผู้อื่นแทนถือเป็นการถือครองโดยตัวแทน คำสั่งคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ยกเลิกมาตรา 97(5) ไม่มีผลย้อนหลัง ทำให้สิทธิที่เสียไปไม่กลับคืน

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งยกฟ้องโจทก์ และให้กรมที่ดินจำหน่ายที่พิพาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทไทยซื้อที่ดินแต่โอนชื่อให้จอมพลสฤษดิ์แทน เพราะมีกรรมการเป็นคนต่างด้าว ตาม ม.97 โทษที่ดินตกเป็นของรัฐ แม้ต่อมา ม.97(5) ถูกยกเลิกโดยคปค.49 แต่ไม่มีผลย้อนหลัง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2513บริษัทสหไม้ขีดไฟ จำกัด โดยพลเอกหลวงสุทธิสารรณกรประธานกรรมการกระทรวงการคลัง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย ป.ที่ดิน ม. 94, ม. 96, ม. 97 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 49 ธรรมนูญการปกครองราชอาญาจักร ม. 17 ป.พ.พ. ม. 456, ม. 797โจทก์เป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทและทำการก่อสร้างโกดังขึ้นบนที่แปลงนี้เพื่อใช้ในกิจการของบริษัทโจทก์ เหตุที่โจทก์ไม่ลงชื่อเป็นผู้ซื้อในโฉนดเป็นเพราะกรรมการคนหนึ่งในบริษัทโจทก์เป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 97 บัญญัติให้โจทก์มีฐานะเสมือนคนต่างด้าวในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน กรรมการบริษัทโจทก์จึงตกลงให้โอนโฉนดจากผู้ขายมาเป็นชื่อ ส. ต้องถือว่า ส. ได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนนิติบุคคล ซึ่งกฎหมายให้ถือเสมือนคนต่างด้าว โจทก์จะเรียกร้องเอาที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนไม่ได้ ที่พิพาทรายนี้ตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 แม้ต่อมามีคำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ยกเลิกประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 97 (5) เสียก็ตามคำสั่งของคณะปฏิวัติดังกล่าวก็หามีผลย้อนหลังไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินได้แต่อย่างใด ผลต่อไปต้องบังคับตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 96 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องนี้โดยเฉพาะจะต้องให้อธิบดีกรมที่ดินจำหน่ายที่พิพาทเสีย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 15/2513)โจทก์ฟ้องว่า เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๔๙๖ โจทก์ตกลงรับซื้อที่ดินโฉนดที่ ๔๙๒จากนางสุนีรัตน์ โจทก์ได้ปลูกสร้างโกดังขึ้นบนที่ดินแปลงนี้ เดือนสิงหาคม ๒๔๙๘โจทก์ได้แจ้งให้นางสุนีรัตน์ทราบว่าโจทก์จะขอใส่ชื่อพลโทสฤษดิ์ ธนะรัชต์(ยศขณะนั้น) ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทนโจทก์ชั่วคราวเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๔๙๘ทั้งนี้ พลโทสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มิได้ม