ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2517

ประเด็นกฎหมาย

การขับรถรับส่งข้าราชการนอกเวลาราชการโดยได้รับอนุญาตและจัดเป็นสวัสดิการถือเป็นราชการหรือไม่

หลักกฎหมาย

การกระทำของลูกจ้างที่นายจ้างอนุญาตให้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของราชการและจัดเป็นสวัสดิการ ถือเป็นการปฏิบัติงานในทางการที่จ้าง แม้จะอยู่นอกเวลาปกติ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บุรุษไปรษณีย์ขับรถของกรมไปรษณีย์โทรเลขไปรับส่งข้าราชการตามมติสวัสดิการที่นายจ้างอนุญาต โดยได้รับค่าล่วงเวลาจากเงินค่าโดยสาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2517นายบัญชา วัฒนาเกษมสัตย์ โดยนายปราโมทย์ บุญลาภ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายศิลป์ชัย ตุ่มพงษ์ ที่ 1 กรมไปรษณีย์โทรเลข ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 69, ม. 75, ม. 76, ม. 425 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการของกรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ 2ในตำแหน่งบุรุษไปรษณีย์ มีหน้าที่ขับรถรับส่งไปรษณียภัณฑ์และรับส่งเงิน จำเลยที่ 2 อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2รับส่งข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขนอกเวลาปฏิบัติงานปกติของทางราชการตามมติของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เห็นว่า เป็นประโยชน์ในการที่ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขจะไม่ต้องมาปฏิบัติราชการสาย ทั้งอำนวยความสะดวกสบายและประหยัดแก่ข้าราชการ อันเป็นการให้สวัสดิการแก่ข้าราชการ และเป็นประโยชน์แก่ราชการของจำเลยที่ 2 ด้วย.ถือว่าจำเลยที่ 1 ทำงานตามทางการที่จำเลยที่ 2 จ้าง แม้จำเลยที่ 1 จะได้รับค่าจ้างพิเศษอีกเป็นรายเดือนเป็นค่าทำงานล่วงเวลาโดยจ่ายจากเงินค่าโดยสารซึ่งเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 เรียกเก็บจากข้าราชการที่โดยสารรถยนต์นั้นก็หาเป็นเหตุให้การกระทำของจำเลยที่ 1 มิใช่ราชการของจำเลยที่ 2 ไม่ เมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ 2ลงมติให้จัดรถรับส่งข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นสวัสดิการเพื่อประโยชน์ที่ข้าราชการจะได้มาปฏิบัติราชการทันเวลา อันเป็นประโยชน์แก่ราชการของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ก็อนุญาตให้จำเลยที่ 1 นำรถของจำเลยที่ 2 ไปบริการได้ตามที่ที่ประชุมลงมติการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติงานในราชการของจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นกรมเจ้าสังกัด หาอยู่นอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 2 ไม่เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถนั้นไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์จำเลยที่ 2