การเดินรถทับเส้นทางกันโดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่างกัน ถือเป็นการละเมิดหรือไม่
เส้นทางที่อนุญาตให้เดินรถทับกันบางตอนเป็นทางร่วม ต่างมีสิทธิเดินทางเดียวกันได้ หากเป็นทางหลวงจังหวัดที่จังหวัดอนุญาต ไม่ใช่เส้นทางกรมการขนส่ง การเดินรถทับกันไม่ใช่การแข่งขัน จึงไม่เป็นการละเมิด
พิพากษายกฟ้อง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่ง จำเลยได้รับอนุญาตจากจังหวัดให้เดินรถทับเส้นทาง 6 กม. เป็นทางหลวงจังหวัด คณะกรรมการอนุญาตให้จำเลยคนเดียว โจทก์ยื่นขออนุญาตพร้อมกันแต่ไม่ได้รับอนุญาต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2517บริษัทสุรชัยขนส่ง จำกัด โดยนายสุระ ชัยวิรัตน์ กรรมการผู้จัดการโจทก์บริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด โดยนายซง วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งให้ทำการขนส่งเดินรถยนต์โดยสารประจำทางตามพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ.2497 ในเส้นทางสายที่ 1343 จากชัยภูมิ - ห้วยชัน ต่อมาจำเลยได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิให้เดินรถยนต์โดยสารในเส้นทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง ทับเส้นทางเดินรถยนต์ประจำทางของโจทก์ตั้งแต่ตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิถึงทางแยกหน่วยขยายพันธุ์พืชชัยภูมิเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร รองอธิบดีกรมการขนส่งยืนยันว่าเส้นทางที่อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางนั้นอาจจะทับกันเป็นบางตอนหรือทับกันตลอดสายก็ได้ เส้นทางที่โจทก์จำเลยเดินรถยนต์ประจำทางทับกันบางตอนจึงเป็นทางร่วม ต่างมีสิทธิที่จะเดินทางเดียวกันได้ เมื่อทางจังหวัดตั้งกรรมการพิจารณาเรื่องราวให้สัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง โจทก์เองก็ยื่นเรื่องราวขออนุญาตพร้อมกับจำเลยและบริษัทอื่นแต่คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้จำเลยผู้เดียวเป็นผู้ได้รับสัมปทานทั้งเส้นทางสายนี้ก็เป็นทางหลวงจังหวัด อยู่ในความควบคุมดูแลของจังหวัดชัยภูมิ มิใช่ทางที่กรมการขนส่งประกาศเป็นเส้นทางของกรมการขนส่ง ดังนั้น เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิให้เดินรถยนต์ประจำทางในเส้นทางสายนี้ได้ แม้จะทับเส้นทางซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาตเป็นบางตอน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการแข่งขันกับโจทก์การที่จำเลยนำรถยนต์โดยสารเข้าวิ่งรับส่งคนโดยสารตามที่ได้รับอนุญาตจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ทั้งหมดจากห้างหุ้นส่วน