ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2517

ประเด็นกฎหมาย

การยกสินสมรสโดยเสน่หาต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือของภริยาหรือไม่

หลักกฎหมาย

การยกสินสมรสเป็นสินบริคณห์ให้โดยเสน่หาต้องได้รับความยินยอมของภริยาก่อน และหากกฎหมายกำหนดให้ทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียน ความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ การให้ที่ไม่สมบูรณ์ย่อมถูกเพิกถอนได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้เพิกถอนนิติกรรมการยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสให้โดยเสน่หา เนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากภริยา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สามีจดทะเบียนยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสให้บุตรจากภรรยาน้อยโดยเสน่หา โดยภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย (มารดาโจทก์) ไม่ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2517นายเส่อุ้ย แซ่แป๊ะโจทก์นายเทียนอุ้ย แซ่แป๊ะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 1462, ม. 1473, ม. 1476 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 131, ม. 142, ม. 150, ม. 183 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4 กฎหมายลักษณะผัวเมีย โจทก์และจำเลยต่างเป็นบุตรของ ย. แต่ต่างมารดากันมารดาโจทก์และมารดาจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากับ ย.มาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ใครจะเป็นภริยาหลวงหรือภริยาน้อยก็ตาม ก็อยู่ในฐานะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ย. ด้วยกันทั้งคู่ การที่สามีจะยกสินสมรสซึ่งเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้ใดโดยเสน่หานั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1473 สามีต้องได้รับความยินยอมของภริยาเสียก่อนเว้นแต่จะเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีงามหรือในทางสังคม และตามมาตรา 1476การใดที่สามีหรือภริยากระทำซึ่งต้องรับความยินยอมจากกัน ถ้าการนั้นมีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือหรือให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ ในระหว่างสมรส ย.ทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่พิพาทพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่จำเลยโดยเสน่หา การให้ในกรณีนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีงามหรือในทางสมาคม เมื่อไม่ปรากฏว่าภริยาของ ย.ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ การให้ดังกล่าวแล้วจึงไม่สมบูรณ์หลังจากบิดาและมารดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของมารดาซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ย. เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์พิพาทย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้โดยเสน่หานี้ได้ โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่า ย. ได้ทำนิติกรรมยกที่พิพาทให้แก่จำเลยโดยมิได้รับความยินยอมของมารดาโจทก์ซึ่งเป็นภริยาของ