ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2517

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างทนายความคิดค่าจ้างรายข้อหาขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่

หลักกฎหมาย

สัญญาจ้างทำของซึ่งกำหนดค่าจ้างตามจำนวนข้อหาที่ร้องทุกข์ มิใช่สัญญาส่งเสริมให้กระทำความผิด หากการแจ้งความขึ้นอยู่กับเจตนาผู้ว่าจ้างและโจทก์กำหนดราคาให้ทราบก่อน ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี จึงไม่โมฆะตามมาตรา 113

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์อีก 1,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นทนายความจำเลยคดีบุกรุกที่ดิน ตกลงค่าจ้างรายข้อหา 2,000 บาทต่อข้อหา ร้องทุกข์ 5 ข้อหา แต่ศาลตีความว่าจ้างเพียงเรื่องเดียว ค่าจ้างรวม 3,500 บาท ชำระแล้ว 2,000 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2517นายสมมุ่ง มงคลชาติโจทก์นายวินิจ พงษ์ศิริ ที่ 1 นางบุญนาค พงษ์ศิริ ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 587จำเลยจ้างโจทก์ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมรายละเอียดและหลักฐานเกี่ยวแก่ที่ดินของจำเลยที่ถูกบุกรุกและจ้างโจทก์ดำเนินการเกี่ยวแก่การแจ้งความหรือร้องทุกข์ที่ดินแปลงเดียวกันนี้ โดยยอมให้ค่าจ้างเป็นรายข้อหา สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างทำของและตามข้อสัญญาก็มิได้เป็นช่องทางให้โจทก์ดำเนินการแจ้งความหรือร้องทุกข์ได้หลายข้อหาเพื่อหวังจะได้ค่าจ้างมากขึ้นตามข้อหาเหล่านั้น เพราะการจะแจ้งความหรือร้องทุกข์กี่ข้อหากี่คดีย่อมแล้วแต่ความประสงค์ของจำเลยผู้ว่าจ้างจะลงชื่อร้องทุกข์แจ้งความในข้อหาใดหรือไม่ ซึ่งโจทก์กำหนดราคาค่าจ้างให้จำเลยทราบก่อนแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นสัญญาส่งเสริมให้จำเลยเป็นความกับบุคคลอื่น ไม่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ได้ว่าจ้างโจทก์ในฐานะทนายความให้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเรื่องบุคคลอื่นรบกวนสิทธิในที่ดินของจำเลย และร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยตกลงให้ค่าป่วยการแก่โจทก์ในการตรวจสถานที่ เป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท ในการร้องทุกข์ ณ สถานีตำรวจข้อหาละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุสอบสวนพยานหลักฐานและร้องทุกข์คดีอาญาต่อพนักงานสอบสวนรวม ๕ ข้อหา คิดค่าป่วยการ ๑๑,๕๐๐ บาท จำเลยชำระให้โจทก์แล้ว ๒,๐๐๐บาท ต่อมาจำเลยจ้างโจทก์ให้จัดการร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกโจทก์จัดการร้องทุกข์เพิ่มเติมให้จำเลยอีก ๔ ข้อหา ซึ่งจำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์อีก ๘,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อในข้อตกลงว่าจ้างให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน และโจทก์ได้ป