คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนผู้อื่นได้หรือไม่ และสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการละเมิดต่อเรือนอยู่อย่างไร
แม้คนต่างด้าวจะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่หากเรือนปลูกสร้างอยู่เป็นของโจทก์ การรื้อเรือนโดยผู้ถือชื่อกรรมสิทธิ์เป็นการละเมิด โจทก์มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทน และการขายทอดตลาดเพื่อแบ่งเงินตามสัดส่วนการ出资เป็นวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
พิพากษายืน ให้จำเลยขายทอดตลาดที่ดินแบ่งเงินให้จำเลย 19,000 บาท ส่วนที่เหลือให้โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายค่าเรือนแก่โจทก์ที่ 1
โจทก์เป็นคนต่างด้าวซื้อที่ดินโดยใส่ชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทน บิดามารดาจำเลยขายส่วนให้โจทก์ โจทก์ปลูกเรือนและถูกจำเลยรื้อเรือนไป โจทก์ฟ้องขอให้โอนที่ดินหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินและเรียกค่าเสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238/2519นายหงษ์ แซ่ฉั่ว กับพวกโจทก์นางบานเย็น มาลัยทองล. พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 225โจทก์ที่ 1 และบิดามารดาจำเลยล้วนเป็นคนต่างด้าว ได้ร่วมกันออกเงินซื้อที่ดินพิพาทโดยใส่ชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทน ต่อมาบิดามารดาจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินร่วมของตนให้แก่โจทก์ที่ 1 ในราคา 19,000 บาท ดังนี้ การแบ่งที่ดินพิพาทบางส่วนให้เป็นของโจทก์ที่ 1 ไม่อาจทำได้ เพราะจะเป็นการบังคับให้โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นคนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินอันเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายที่ดิน ศาลชอบที่สั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินได้เงินเท่าใดแบ่งให้จำเลยในฐานะทายาท 19,000 บาท เงินส่วนที่เหลือเป็นของโจทก์ เรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 1 จำเลยได้บอกให้ผู้อื่นรื้อเอาไป การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ที่ 1 แม้โจทก์ที่ 1 จะเป็นคนต่างด้าวไม่อาจมีกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ ก็ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย จำเลยฎีกาว่า หากศาลจะฟังว่าต้องขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ก็ชอบที่จะต้องเอาเงินที่ขายได้มาแบ่งกันตามส่วนที่ออกเงินซื้อ นั้น เมื่อจำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยโจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า เดิมโจทก์ที่ ๑ ตกลงซื้อที่ดินมีโฉนดเลขที่ ๓๖๓๘ ๑ แปลง และที่ดินตาม ส.ค.๑ ซึ่งปัจจุบันออกโฉนดแล้วเลขที่ ๙๘๕๔ อีก ๑ แปลงราคา ๒๕,๕๐๐ บาท แต่มีเงินสดเพียง ๖,๕๐๐ บาท จึงยืมเงินบิดามารดาจำเลย ๑๙,๐๐๐ บาท ชำระให้ผู้ขายและเนื่องจากมีเหตุจำเป็นบางประการ โจทก์กับบิดามารดาจำเลยได้ทำสัญญากันว่า โจทก์และบิดามารดาจำเลยได้ออกเงินซื้อที่ดินดังกล่าว โดยให้จำเลยลงชื่อเป็นเจ้าของแทน บิดามารดาจำเลยสัญญาว่าจะขายที่ดินส่วน