ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องคดีอาญาเองเมื่อมีกฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลย แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาหรือไม่อุทธรณาหรือไม่
เมื่อมีกฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องใช้กฎหมายนั้นตาม ป.อ. ม. 3 วรรคแรก และศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องเองได้หากคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาและจำเลยไม่ต้องรับโทษ
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ลงโทษ แต่ระหว่างพิจารณาฎีกามี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ออกมาซึ่งยกเว้นโทษให้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2520พนักงานอัยการจังหวัดสกลนครโจทก์นายประนัด สายแก้วล. พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ป.อ. ม. 3 วรรคแรก ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 215, ม. 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ออกใช้บังคับ พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้พระราชบัญญัตินี้มาปรับแก่คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคแรก แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมา เมื่อคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา และมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นไว้ในครอบครอง และมีกระสุนปืนคาร์บิน ๑ นัด ซึ่งเป็นกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๕๕, ๗๒, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๕, ๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๗ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ แต่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๖ เดือน ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องแยกเป็น ๒ กระทงความผิดต่างกรรมต่างวาระกันขอให้ศ