ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2520

ประเด็นกฎหมาย

สมาชิกสภานิติบัญญัติดำรงตำแหน่งรัฐวิสาหกิจได้หรือไม่ และเจ้าของที่โอนกรรมสิทธิ์แล้วมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

รัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล ม.234 อนุญาตให้สมาชิกสภานิติบัญญัติดำรงตำแหน่งรัฐวิสาหกิจได้ และเจ้าของที่โอนกรรมสิทธิ์แล้วแต่มีหน้าที่ส่งมอบเพื่อรื้อถอน มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ส่งมอบอาคารคืนโจทก์ และใช้ค่าเสียหาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ และโจทก์โอนกรรมสิทธิ์อาคารให้ผู้อื่นแล้วแต่ยังต้องรื้อถอน จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ยังคงอยู่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2520การเคหะแห่งชาติ โดยนายนินนาท สาครรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นางประหยัด พึ่งสุจริตล. ป.พ.พ. ม. 461, ม. 537 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม. 234 ป.วิ.พ. ม. 55ว. เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติโดยธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2515 ต่อมามีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบทเฉพาะกาล มาตรา 234 ที่มิให้นำมาตรา102, 103 ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผลจึงมีว่า ว. ย่อมจะดำรงตำแหน่งการเมืองและตำแหน่งหรือหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐได้ในคราวเดียวกัน ว. จึงไม่เป็นผู้ที่ไม่อาจทำงานเต็มเวลาให้แก่การเคหะแห่งชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ข้อ 22 (3) และ (5) ว. จึงอาจดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติต่อไป และมีสิทธิที่จะมอบอำนาจให้ น.ฟ้องคดีแทนได้ แม้โจทก์จะได้โอนขายกรรมสิทธิ์อาคารห้องพิพาทให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว แต่โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องส่งมอบอาคารหลังพิพาทให้แก่ผู้ชื้อเพื่อการรื้อถอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461 เมื่อจำเลยไม่ยอมออกจากอาคารที่เช่า โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยได้เช่าอาคารพิพาทจากกรมประชาสงเคราะห์ ต่อมาได้มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๑๖ ให้โอนทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และความรับผิดอันเกี่ยวกับงานด้านอาคารสงเคราะห์ การจัดสรรที่ดิน และการปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรมจากกรมประชาสงเคราะห์ให้โจทก์ดำเนินงาน เมื่อสิ้นกำหนดเวลาการเช่าแล้ว จำเลยได้อยู่ในห้องเช่าต่อมา โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป เพราะต้องการรื้อถอนอาคารที่พิพาทดังกล่าว โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย จำเลย