ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยรับผิดตามสมควรในกรณีต่างคนต่างทำละเมิดหรือไม่ โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีอาญา
ในกรณีที่จำเลยกับผู้อื่นต่างคนต่างทำละเมิด มิใช่ร่วมกันทำละเมิด ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยรับผิดตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งความผิดของจำเลยได้ โดยคำพิพากษาคดีอาญาไม่ผูกพันคดีแพ่ง
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แก้เป็นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามจำนวนที่ศาลกำหนด พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ขับรถประมาทชนรถที่จอดอยู่ ทำให้ผู้โดยสารถึงแก่ความตาย มีคดีอาญาแยกต่างหาก โจทก์ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 และนายจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2520นางพึงใจ กมลพาณิชย์และในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงเยาวลักษณ์ กมลพาณิชย์ กับพวกโจทก์นายสำราญ โพธิ์เงิน กับพวกล. ป.พ.พ. ม. 420, ม. 425, ม. 432, ม. 438 ป.วิ.พ. ม. 85, ม. 150, ม. 225, ม. 245 (1), ม. 247, ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.ข้อ 1 ก ป.วิ.อ. ม. 46โจทก์บรรยายฟ้องว่า ค่าเสียหายของโจทก์รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑,๙๘๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้เรียกร้องเอาเต็มจำนวนดังกล่าว คงติดใจขอเพียง ๗๐๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอีก ๔๘,๑๒๕ บาท รวม ๗๔๘,๑๒๕ บาท ดังนี้ การคิดค่าขึ้นศาลต้องคิดจากจำนวนเงิน ๗๔๘,๑๒๕ บาท ตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง ในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ต.ฐานขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับ เป็นเหตุให้สามีโจทก์ซึ่งโดยสารมากับรถคันนั้นถึงแก่ความตาย และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ต. คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิด ที่จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ชนกับรถ ต. เป็นเหตุให้สามีโจทก์ถึงแก่ความตายเป็นคดีแพ่ง ดังนี้ ในคดีอาญาดังกล่าวมีประเด็นเพียงว่า ต.ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังหรือไม่เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับจำเลยในคดีแพ่งนี้ซึ่งมิใช่คู่ความในคดีเดิม โจทก์จึงนำสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ได้ ในกรณีที่จำเลยกับผู้อื่นต่างคนต่างทำละเมิด มิใช่ร่วมกันทำละเมิดนั้น ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยรับผิดตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งความผิดของจำเลยได้ โจทก์ฟ้องจำเลยร่วมกับ ต. ทำละเมิด แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นว่าขอให้แบ่งส่วนความรับผิด แต่เรื่องค่าเสียหายนั้นศาลชอบที่จะกำหนดให้ชำระตามสมควรได้ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ว่าเป็นนายจ้าง ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ ๑ ซึ่