ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2404/2532

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องเพิกถอนคำสั่งปลดและเรียกบำนาญถือเป็นการละเมิดที่ต้องใช้ อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มา 448 หรือไม่

หลักกฎหมาย

การฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งปลดและเรียกเงินบำนาญ แม้จะอ้างกฎหมายเฉพาะ แต่มีสภาพเป็นค่าเสียหายในมูลละเมิด จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มา 448

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฟ้อง เนื่องจากคดีขาดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องชดใช้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกปลดออกจากราชการโดยคำสั่งจำเลย โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและเรียกค่าบำนาญ โดยอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิด โจทก์ไม่ฟ้องภายใน 1 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2404/2532นาย ปรีชา ขำศิริโจทก์กรมธนารักษ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 448โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งเจ็ดกระทำการโดยไม่ชอบ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและกระทำการขัดต่อ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน จนกระทั่งจำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ ทำให้โจทก์หมดสิทธิในการรับบำเหน็จบำนาญตาม กฎหมายเป็นการละเมิดต่อ โจทก์ ดังนี้ ฟ้องโจทก์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในการรับราชการของโจทก์ แม้โจทก์คำนวณจำนวนเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับตาม พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ ก็มีสภาพเป็นค่าเสียหายในมูลละเมิดนั่นเอง ต้องใช้ อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึง การละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้อง ใช้ ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยรับราชการตำแหน่งราชพัสดุจังหวัดสมุทรปราการ สังกัดกรมธนารักษ์ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๗ เป็นกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกล่าวหาโจทก์ว่ากระทำความผิดอย่างร้ายแรงซึ่งเป็นความเท็จ จนในที่สุดจำเลยที่ ๑ ได้มีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการ ซึ่งเป็นการร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้เงินค่าบำนาญ ๑๒๓,๐๔๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และร่วมกันชำระเงินเป็นค่าบำนาญให้โจทก์เดือนละ ๑,๐๓๔ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าดจทก์จะถึงแก่กรรม จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฏีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีม