ผู้เช่าซื้อมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดหรือไม่ และการจำกัดความรับผิดในกรมธรรม์ที่อ้างหลังศาลชั้นต้นถูกห้ามฎีกาหรือไม่
ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ขณะเกิดเหตุจึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดได้ ข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้น จะนำมาอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249
พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่อ้างข้อจำกัดความรับผิดซึ่งไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้น
โจทก์เช่าซื้อรถยนต์และถูกชนโดยรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเอาประกันภัยกับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อ้างในชั้นฎีกาว่าความรับผิดคงเหลือไม่เกิน 85,000 บาท แต่ไม่ได้ยกประเด็นนี้ในศาลชั้นต้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2532นายดำรงค์ เซี่ยงหวองโจทก์นายเนี่ยหยวย หรือเซี่ยนยวย แซ่จึง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 572, ม. 887 ป.วิ.พ. , ม. 177, ม. 183, ม. 249โจทก์เช่าซื้อรถยนต์คันที่ถูกรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ชนเสียหายและเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวในขณะที่ถูกชน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดได้ จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ให้การว่า หากจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 ก็รับผิดชอบไม่เกินจำนวน 100,000 บาท ของความเสียหายบุคคลภายนอกทั้งหมดที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ มิได้ให้การถึงว่าจำเลยที่ 2 ได้จ่ายค่าทำรั้วที่เสียหายไปแล้ว 15,000 บาท จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ แม้โจทก์และจำเลยที่ 2 จะแถลงรับข้อเท็จจริงต่อศาลว่า จำเลยที่ 2 ได้จ่ายค่ารั้วไปแล้ว ก็เป็นเรื่องนอกประเด็น จำเลยที่ 2 จะฎีกาว่าความรับผิดของจำเลยที่ 2ต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกยังคงเหลือเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 85,000 บาทไม่ได้ เป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249.โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ ๒ ไปในทางการที่จ้าง และขับรถยนต์ดังกล่าวโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย คิดเป็นค่าซ่อม ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ระหว่างซ่อม และค่าเสื่อมราคารวมเป็นเงิน ๒๑๓,๓๕๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิด จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันที่ถูกชน จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าเสื่อมราคา ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑