การขอให้บังคับโอนที่ดินถือเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์คำนวณได้หรือไม่ และการแก้ไขข้อความสัญญาเช่าโดยพยานจำเลยฝ่าฝืน ป.วิ.พ. ม.94 หรือไม่
คำขอให้บังคับโอนทรัพย์สินเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ซึ่งคำนวณราคาเป็นเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่พิพาท การนำพยานแก้ไขข้อความสัญญาเพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ในคดีนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 94
พิพากษายืน
สัญญาเช่ามีเงื่อนไขขายที่ดินหลัง 1 ปี เว้นแต่ผู้เช่าไม่รับซื้อ โจทก์ปฏิเสธไม่รับซื้อ จึงสิ้นความผูกพัน การโอนให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนและบังคับโอน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3641/2532นางสอางค์ ตั้งใจโจทก์นางผะอบ ณ นคร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 357 ป.วิ.พ. , ตาราง 1 ค่าขึ้นศาล (1) (โจทก์ขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินของจำเลยให้แก่โจทก์ ราคาที่ดินย่อมเป็นทุนทรัพย์ที่โจทก์เรียกเอาจากจำเลย จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณราคาเป็นเงินได้โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท โจทก์จำเลยมิได้พิพาทกันเกี่ยวกับเรื่องค่าเช่าตามสัญญาเช่าจำเลยนำสืบสัญญาเช่าเพื่อเป็นการสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยเท่านั้นดังนั้น การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบแก้ไขข้อความในสัญญาเช่าเกี่ยวกับค่าเช่า จึงไม่เป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 94 สัญญาเช่าระบุว่าหลังจาก 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาผู้ให้เช่าสัญญาว่าจะขายที่ดินพร้อมอาคารและทรัพย์ตามสัญญานี้แก่ผู้เช่าเว้นแต่ผู้เช่าจะไม่รับซื้อ เมื่อการเช่าครบ 1 ปี และผู้ให้เช่าถามผู้เช่าแล้ว ผู้เช่าปฏิเสธไม่รับซื้อ ผู้ให้เช่าจึงสิ้นความผูกพันที่จะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เช่าให้ผู้เช่าตามคำเสนอโจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนายมรกตได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี สัญญาเช่าข้อ ๑๒ ระบุว่าหลังจาก ๑ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่า จำเลยที่ ๑ ให้สัญญาว่าจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เช่าให้แก่โจทก์ในราคา ๗,๐๐๐,๐๐๐บาท โจทก์ตกลงกับจำเลยที่ ๑ ว่าจะซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตามสัญญา และจำเลยที่ ๑ ยอมขายให้โจทก์โดยให้โจทก์ผ่อนชำระเป็นรายเดือนพร้อมกับค่าเช่า โจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าให้จำเลยที่ ๑ แล้วเป็นเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ต่อมาจำเลยที่ ๑ไม่ยอมรับเงินค่าเช่าและบอกเลิกสัญญาเช่า โจทก์ทักท้วงแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยที่ ๑ ได