ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2533

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิเจ้าของที่ดินทางภาระจำยอมโดยอายุความในการฟ้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทาง และวิธีการบังคับคดีที่เหมาะสม

หลักกฎหมาย

เจ้าของที่ดินทางภาระจำยอมโดยอายุความมีสิทธิฟ้องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทางได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และ 1390 โดยต้องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ ไม่ใช่ให้โจทก์รื้อถอนเอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในส่วนการจดทะเบียนและรื้อถอนโดยจำเลยออกค่าใช้จ่าย แต่ยกคำขอที่ให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยให้ใช้วิธีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ทวิ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ใช้ทางออกสู่สาธารณะมากว่า 10 ปี จนเป็นภาระจำยอมโดยอายุความ จำเลยก่อสร้างกำแพงคอนกรีตบล็อกรุกล้ำทาง ทำให้ประโยชน์ลดลง โจทก์ฟ้องรื้อถอนและจดทะเบียนทาง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2533นางเฮาซี ปัญญาขาวโจทก์นางมาลี บุญสมปอง ที่ 1 นางกวาย แซ่เจ้า ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. , ม. 1390, ม. 1401 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 148, ม. 173 (1), ม. 296 ทวิโจทก์และบริวารใช้ทางพิพาทเดินออกสู่ทางสาธารณะมากว่า 10 ปี ทางพิพาทเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ เมื่อจำเลยก่อสร้างกำแพงรุกล้ำทางพิพาท เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวก โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของสามยึดทรัพย์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอนกำแพงเฉพาะส่วนที่รุกล้ำได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 1390 ที่ดินโจทก์ฟ้องอ้างว่าเป็นทางภาระจำยอมในคดีก่อนเป็นคนละแปลงกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จึงไม่เป็นการยื่นคำฟ้องในเรื่องเดียวกันโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้อีก ไม่เป็นการฟ้องซ้ำหรือฟ้องซ้อน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากทางภาระจำยอม ก็ให้โจทก์รื้อถอนเองโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนั้น เป็นการไม่ชอบโจทก์ชอบที่จะขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๔๘ซึ่งตกอยู่ในวงล้อมของที่ดินแปลงอื่น ๆ ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ โจทก์ได้อาศัยเดินผ่านที่ดินตรงรอยต่อระหว่างที่ดินของนางกิริยา ซอแก้ว กับที่ดินของจำเลยที่ ๑ เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะมาเป็นเวลาเกินกว่า ๒๐ ปีแล้ว เป็นทางกว้างประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ เมตรเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ทำรั้วซีเมนต์รุกล้ำเข้าไปในทางภารจำยอม ทำให้การสัญจรไปมาได้รับความลำบาก ขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ทำไว้ในทางภารจำยอมให้หมดสิ้น ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้