ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2533

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการลดค่ารักษาพยาบาลเป็นของผู้ตาย ไม่ลดความรับผิดจำเลย และค่าเยี่ยม/ปลงศพที่จำเป็นเรียกได้

หลักกฎหมาย

การลดค่ารักษาพยาบาลเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ตาย ไม่ลดความรับผิดจำเลย และค่าเสียหายต้องเป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็น โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามศาลล่าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ตายได้รับการลดค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งเนื่องจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โจทก์เบิกค่ารถเยี่ยมและค่าปลงศพ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2533นางสมพร สุทธานุกูลในฐานะส่วนตัวและมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรผู้เยาว์โจทก์กรมชลประทาน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 438, ม. 443ผู้ตายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก่อนถึงแก่ความตาย ทางโรงพยาบาลคิดค่าใช้จ่ายแล้วลดค่ารักษาพยาบาลให้ครึ่งหนึ่งเนื่องจากผู้ตายเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน การที่ผู้ตายได้รับการลดค่ารักษาพยาบาลเป็นสิทธิของผู้ตาย ไม่เป็นผลให้ความรับผิดของจำเลยต้องลดลงไปด้วย จำเลยต้องรับผิดในค่าเสียหายส่วนนี้เต็มจำนวน โจทก์ซึ่งเป็นภริยาและบุตรของผู้ตายมีสิทธิเรียกค่าเหมารถพาญาติไปเยี่ยมผู้ตายก่อนถึงแก่ความตายได้ ค่าฉีดยาศพ ค่าจ้างรถบรรทุกศพ ค่าโลงศพ ค่าจัดงานศพ 5 วันค่าทำบุญครบ 7 วัน หรือ 100 วัน ค่าเลี้ยงพระ ค่าผ้าบังสกุลค่าติดกัณฑ์เทศน์ เป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่โจทก์มีสิทธิเรียกจากจำเลยผู้กระทำละเมิดได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกของจำเลยที่ ๑ ไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อชนกับรถยนต์ที่สามีโจทก์ขับสวนทางมาเป็นเหตุให้สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย รถยนต์เสียหาย โจทก์และบุตรขาดไร้ผู้อุปการะ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ผู้ตายเป็นผู้ก่อให้เกิดการชนกันขึ้นต้องรับผิดในความเสียหายด้วย ผู้ตายไม่ใช่ผู้เสียหาย ค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย๓๘๕,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑